
เอซไลฟ์ตั้งเป้าปีหน้าพรวด30%
ลุยต่อยอดข้อมูลลูกค้าแบงก์ เจาะวัยรุ่นผ่านโซเชียลมีเดีย
โพสต์ทูเดย์
— เอซ ไลฟ์ฯ ขยับอีกก้าวปีหน้ารุกตลาดต่างจังหวัด เพิ่มแบบประกันขายผ่านธนาคาร คาดเบี้ยรับรวมโต 30%นายเบน อาศนะเสน ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอซ ไลฟ์ แอสชัวรันส์ เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2554 จะเป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยปีหน้า คาดการณ์ว่าเบี้ยรับรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2553 ที่คาดว่าเบี้ยรับรวมจะเพิ่มขึ้น 40%
นายเบน ระบุว่า จะหาพันธมิตรในการขายผ่านธนาคารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 2 แห่ง คือ ธนาคารทิสโก้ และเกียรตินาคิน สินค้าที่ขายในขณะนี้จะเป็นกลุ่มประกันสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน คุ้มครองสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งในปี 2554 จะเพิ่มแบบประกันอื่นๆ เพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการหารือกันกับธนาคารในการวางระบบการทำงานร่วมกัน จะทำให้เข้าถึงลูกค้าธนาคารได้มากขึ้น
ช่วง 9 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งหมด 5 แสนราย มี 70% เป็นลูกค้าประกันสินเชื่อ ขณะที่ตัวแทนซึ่งขายประกันชีวิตแบบระยะยาวมีฐานลูกค้า 25% และอื่นๆ อีก 5% จะเป็นประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุที่ขายผ่านโทรศัพท์และขายตรง
ด้านช่องทางการขายผ่านตัวแทนประมาณ 1,000 คน จะขยายฐานลูกค้าไปต่างจังหวัดในระยะยาว เพราะศักยภาพการเข้าถึงลูกค้าในทุกพื้นที่ของประเทศมีสูง ซึ่งจะเปิดสาขาและสำนักงานตัวแทนเพิ่มเติมในจังหวัดใหญ่ๆ จากปัจจุบันที่มีเพียง จ.เชียงใหม่ เท่านั้น โดยต้องการที่จะทำให้สัดส่วนลูกค้าระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอยู่ในระดับครึ่งต่อครึ่ง
“
เราจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการสนับสนุนการขาย เช่น ออกกรมธรรม์ให้เร็วขึ้น ให้ตัวแทนเข้าไปดูข้อมูลลูกค้า ดูข้อมูลต่างๆ ของบริษัทได้” นายเบน กล่าวสำหรับการที่บริษัทแม่ของเอซ ไลฟ์ฯ ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทประกันชีวิตของนิวยอร์ค ไลฟ์ ในฮ่องกงและเกาหลี ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอซ ไลฟ์ฯ ในประเทศไทย ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย บริษัทเอซ ไลฟ์ฯมีเบี้ยรับรวมปี 2552 จำนวน 1,776.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และ ปี 2551 มีเบี้ยรับรวม 1,721.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากปี 2550 ส่วน10 เดือนแรกของปี 2553 มีเบี้ยรับรวม 1,720.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่อัตราการเพิ่มขึ้นเป็น 0 แยกเป็นเบี้ยปีแรก 294 ล้านบาท ลดลง 13% เบี้ยต่ออายุ 901 ล้านบาท อัตราการต่ออายุเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 84% จากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 79% เบี้ยชำระครั้งเดียว 525.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73%
นายเบน กล่าวว่า
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อาจจะอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนรู้แนวความคิดของคนกลุ่มนี้ ว่ามีทัศนคติต่อประกันชีวิต และต้องการแบบประกันอย่างไร ในการนำมาพัฒนาสินค้า และบริการในอนาคต
คนกลุ่มนี้ไม่ต้องการติดต่อตัวแทน แต่ชอบใช้ชีวิตอยู่กับการหาข้อมูลหรือทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยเปิดตัวเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับประมาณ 250 ราย คาดหวังว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีการตอบรับประมาณ 1,000 รายโดยหวังว่าบริษัทจะเป็นทางเลือกแรกสำหรับคนกลุ่มนี้ในการใช้บริการประกันชีวิต
สำหรับ การรักษาฐานลูกค้าเก่า บริษัทได้ทำโครงการ เอซ ไลฟ์ รีวอร์ด คลับ ที่เปิดตัวในเดือนธ.ค.นี้ โดยมอบสิทธิพิเศษเป็นส่วนลดสำหรับโรงแรม โรงพยาบาล สถานความงาม ให้กับผู้ถือกรมธรรม์ของบริษัททุกคน







