
สายการบินเวียตเจ็ท สร้างปรากฏการณ์บินฝ่ามรสุมปี 2563
ในปี 2563 อุตสาหกรรมสายการบินเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม สายการบินเวียตเจ็ทสายการบินสัญชาติเวียดนามก็สามารถพิชิตความท้าทายต่างๆ อีกทั้งยังประสบความสำเร็จมากมายจากความมุ่งมั่น แน่วแน่ และการตัดสินใจทางธุรกิจที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนทันต่อสถานการณ์
ให้บริการผู้โดยสารครบ 100 ล้านคน
ในปี 2563 สายการบินเวียตเจ็ทได้ให้บริการเที่ยวบินแก่ผู้โดยสารครบจำนวน 100 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่รวดเร็วและยั่งยืน โดยยึดผู้โดยสารเป็นสำคัญ เวียตเจ็ทได้ขยายเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว จากเวียดนามไปยังอินเดีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย อินโดนีเซีย เมียนมา กัมพูชา ฮ่องกง ฯลฯ
เที่ยวบินพิเศษจากทั่วโลกเพื่อพาคนเวียดนามกลับบ้าน
ทันทีที่การระบาดของโควิด-19 เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก เวียตเจ็ทได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บริการเที่ยวบินจากทั่วโลกกลับประเทศเวียดนาม โดยสายการบินได้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ทั้งด้านสุขภาพ การเก็บตัวอย่าง กระบวนการฆ่าเชื้อทำความสะอาด การจัดการสถานที่กักตัว และการจัดการเขตตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน
ในช่วงเวลาดังกล่าว ‘ฮีโร่ไร้เสื้อคลุม’ ของเวียตเจ็ทได้เร่งเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่สำคัญและเร่งด่วน นั่นคือการจัดการเที่ยวบินส่งกลับประเทศเวียดนาม โดยทำควบคู่กับอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการขับเคลื่อนเที่ยวบินภายในประเทศในช่วงฤดูร้อนที่เริ่มคึกคัก เมื่อการระบาดระลอกแรกในเวียดนามคลี่คลายลง
ปรับกลยุทธ์ เปิดตัวบริการใหม่ๆ
สายการบินเวียตเจ็ทได้ปรับกลยุทธ์ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการเพิ่มบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ เช่น สินค้าจำเป็น อุปกรณ์ทางการแพทย์ และยารักษาโรค เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า การขนส่งสินค้าทางอากาศได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของเวียตเจ็ทในภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 โดยสามารถสร้างรายได้พิเศษใหแก่สายการบินฯอย่างมาก เวียตเจ็ทเป็นสายการบินแรกในเวียดนามที่ได้รับอนุมัติให้ขนส่งสินค้าในห้องโดยสาร (CIPC)
นอกจากนี้ เวียตเจ็ทยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบของ ตั๋วเครื่องบินแบบไม่จำกัดเที่ยวบิน ได้แก่ Power Pass และ SkyBoss Power Pass เพื่อความสะดวกและความยืดหยุ่นในการเดินทางในช่วงที่มีโรคระบาด รวมทั้งได้เปิดตัวตั๋ว Deluxe ใหม่ล่าสุด และตั๋ว Skyboss พร้อมข้อเสนอที่ดีเยี่ยม
ให้บริการเที่ยวบินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายร้อยเที่ยว
พายุไต้ฝุ่นหลายลูกเข้าถล่มทางตอนกลางของเวียดนามในเดือนตุลาคมปี 2563 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายครั้งใหญ่ จังหวัดและเมืองหลายแห่ง โดยเฉพาะเมืองเว้ ถูกตัดขาด ไม่มีไฟฟ้า อาหาร และน้ำสะอาด
เวียตเจ็ทจึงตัดสินใจจัดเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย เพื่อขนส่งอาหาร สินค้าจำเป็น และอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนหลายแสนตัน พร้อมคณะอาสาบรรเทาทุกข์ และเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน
ในขณะเดียวกัน เวียตเจ็ทก็ได้เปิดตัวโครงการชื่อ “บินกับเวียตเจ็ท เวียตเจ็ทร่วมบริจาค 10,000 ดอง (43 เซนต์) ต่อตั๋วหนึ่งใบเพื่อช่วยชาวเวียดนามภาคกลาง” ในขณะนี้พนักงานของเวียตเจ็ททุกคนก็ได้ร่วมบริจาคในรูปแบบต่างๆ เช่น บริจาคเงินสด สละเงินเดือนส่วนตัว เสนอชั่วโมงบินฟรี ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ฯลฯ
เปิดตัวเส้นทางบินใหม่ในประเทศ
เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางภายในประเทศได้อย่างปลอดภัย สายการบินเวียตเจ็ทได้ประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่ 8 เส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยว 2 แห่ง ได้แก่ เที่ยวบินจากดานังไปเกาะฟู้โกว๊ก ดาลัด บวนมาถือ (จังหวัดดักลัก) วินห์ และธันฮัว เที่ยวบินจากกรุงฮานอยไปดองฮอย เที่ยวบินจากไฮฟองไปกวีเญิน (จังหวัดบินห์ดินห์) และเที่ยวบินจากวินห์ไปเกาะฟู้โกว๊ก
เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบายคลี่คลาย เวียตเจ็ทได้จัดโปรโมชั่นหลายรายการ โดยร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
ริเริ่มในการเปิดศูนย์บริการภาคพื้นดิน แบบบริการตนเอง
ศูนย์บริการภาคพื้นดินเวียตเจ็ท (Vietjet Ground Services Center หรือ VJGS) เริ่มให้บริการเมื่อปลายเดือนกันยายน 2563 ณ สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย เป็นศูนย์การบริการภาคพื้นดินแบบบริการตนเอง ช่วยให้สายการบินฯ สามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดีขึ้น เสริมสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้า และเพิ่มคุณภาพการบริการในเที่ยวบิน ศูนย์บริการภาคพื้นดินเวียตเจ็ทมีพนักงานที่มีประสิทธิภาพสูง มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดของเวียตเจ็ทในปี 2563
ส่งต่อความช่วยเหลือดีๆ มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการรักษาตารางเที่ยวบินเพื่อนำชาวเวียดนามกว่า 15,000 คนกลับบ้านแล้ว เวียตเจ็ทยังได้ร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ จัดกิจกรรมการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ภาคกลางที่ประสบอุทกภัย เช่น การช่วยขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และการบริจาคเงิน 10,000 ดองต่อตั๋วหนึ่งใบที่ขายได้ นอกจากนี้ ยังริเริ่มโครงการการกุศลประจำปีชื่อ “A Cozy Tet for You” โดยมอบของขวัญและทุนการศึกษาให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลบนภูเขา และมอบหน้ากากอนามัยกว่า 2.5 ล้านชิ้นให้แก่ประชาชนในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา
ผู้นำที่ริเริ่มและสานต่อจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือชุมชนของสายการบินเวียตเจ็ท คือ นางเหวียน ถิ เฟือง เถา ประธานฝ่ายบริหารของเวียตเจ็ท ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญหนึ่งร้อยคนของเอเชียในด้านกิจกรรมการกุศลในปี 2563
ไทยเวียตเจ็ทกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ความพยายามอย่างไม่สิ้นสุดในการบริหารกิจการท่ามกลางภาวะโรคระบาดส่งผลให้ไทยเวียตเจ็ทกลายเป็นสายการบินราคาประหยัดที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ในปี 2563 โดยขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ไปยังหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช รวมถึงเส้นทางข้ามภาคเส้นทางใหม่ ระหว่าง เชียงใหม่ไปยังนครศรีธรรมราช
สำหรับสถานการณ์ในเวียดนาม สายการบินเวียตเจ็ทยังคงใช้ข้อได้เปรียบของรูปแบบสายการบินต้นทุนต่ำ รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งมีผลการดำเนินงานทางการเงินในเชิงบวก คาดว่าเวียตเจ็ทจะเป็นหนึ่งในสายการบินเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่รายงานผลกำไรในงบการเงินรวมในปี 2563 และสามารถรักษาตำแหน่งงานของพนักงานมากกว่า 6,000 คนจากกว่า 50 ประเทศ รวมทั้งไม่มีพนักงานเวียตเจ็ทติดเชื้อโควิด-19
ตลอดปี 2563 และต่อเนื่องถึงปี 2564 เวียตเจ็ทได้ใช้เวลาและเงินทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น ลงทุนเพิ่มเติมในระบบบำรุงรักษาและการฝึกอบรมนักบินและลูกเรือ และเร่งกระบวนการก้าวเข้าสู่ระบบการดำเนินงานแบบดิจิทัล สายการบินเวียตเจ็ทพร้อมที่จะกลับสู่น่านฟ้าทั่วโลกทันทีที่มีการยกเลิกการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะตอบสนองความต้องการของการบินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ความสำเร็จของเวียตเจ็ทในปี 2563
• เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ปลอดภัยและดีที่สุด 10 อันดับแรกของโลก จากการจัดอันดับของ Airlines Rating
• ได้รับตำแหน่ง “ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำแห่งปี” และ “ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าใต้ท้องเครื่องแห่งปี” โดย Payload Asia
• อัตราความน่าเชื่อถือทางเทคนิคที่ 99.64%
• คะแนนความปลอดภัยสูงสุดระดับ 7 ดาว จาก 7 ดาว
• อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร88%
• ผลงานตรงต่อเวลา (OTP) ที่ 90%
• เที่ยวบินทั้งหมดสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของ WHO IATA และกระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม







