
กรมชลประทานวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง13.27ล้านไร่
กรมชลประทานวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง13.27 ล้านไร่ วอนเกษตรกรใช้ประสบการณ์วิกฤติภัยแล้งปี 53งดการปลูกข้าวนาปรังรอบ2
กรมชลประทานวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง13.27 ล้านไร่ วอนเกษตรกรใช้ประสบการณ์วิกฤติภัยแล้งปี 53งดการปลูกข้าวนาปรังรอบ2
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน แถลงข่าวถึงแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 53/54 ว่า ปริมาณน้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 1 ธ.ค. 53 มีปริมาณทั้งสิ้น 55,101 ล้านลบ.ม. หรือ 75% ของอ่างเก็บน้ำทั้งหมดโดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 31,260 ล้านลูกบาศ์เมตร หรือ 43% ซึ่งน้อยกว่าปี 52/53 ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมดอยู่ที่58,057 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ 34, 216 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ ในแผนบริหารจัดการน้ำทั้งหมดกรมชลฯได้สำรองน้ำไว้แล้ว 11,707 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสำหรับฤดูการเพาะปลูกต่อไป
ฉะนั้น ในปีนี้กรมชลประทานจึงวางแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศได้ประมาณ 13.27 ล้านไร่ ประกอบด้วยข้าวนาปรัง 8.91 ล้านไร่ พืชไร่ –พืชผัก 6 .9 แสนไร่ บ่อปลา-บ่อกุ้ง 7.9 แสนไร่ ไม้ผล-ไม้ยืนต้น 1.85 ล้านไร่ และพืชอื่นประมาณ 3 แสนไร่
โดยในส่วนของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 23 จังหวัดนั้น กรมชลประทานได้วางแผนในการเพาะปลูกเพื่อชดเชยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านด้วย ปีนี้จึงกำหนดพื้นที่ เพาะปลูกพืชฤดูแล้งไว้ที่ 6.18 ล้านไร่ เป็นข้าวนาปรัง 5.21 ไร่ นอกนั้นเป็นพืชอื่นและบ่อปลา-บ่อกุ้ง โดยจะใช้น้ำสำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาทั้งสิ้น 8,500 ล้าน ลบ.ม.
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวย้ำว่า ในปีนี้เนื่องจากสภาพน้ำโดยร่วมดี กรมจะสนับสนุนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเต็มที่ แต่ขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรชาวนาโดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา งดการทำนาปรังรอบสอง โดยเชื่อว่าจากประสบการณ์วิกฤติความแห้งแล้งในปีที่แล้วที่ไม่เชื่อคำเตือนมีการปลุกข้าวนาปรังกันใสรอบสองกว่า 9 ล้านไร่ ส่งผลต่อปริมาณน้ำใน เขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ทำให้ต้องเลื่อนการทำนาปีออกไปและเมื่อจะเกี่ยวข้าวก็มีปัญหาน้ำท่วมทำให้เสียหายมาก จึงคาดว่าในปีนี้เกษตรกรจะเชื่อคำเตือนของทางราชการ ซึ่งในปีนี้กรมชลฯยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยน้ำให้นาปรังรอบสอง ซ้อนรอบวิกฤติปีที่แล้วอย่างแน่นอน







