
กลุ่ม ปตท. จัดทำ “บัญชีนวัตกรรมกลุ่ม ปตท.” เพื่อการซื้อ-ขายในเชิงพาณิชย์
กลุ่ม ปตท. รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรม จัดทำ “บัญชีนวัตกรรมกลุ่ม ปตท.” เพื่อเป็นช่องทางที่จะผลักดันงานวิจัยฯ ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว จากการซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ที่มีความพร้อมในการทำตลาด โดยได้นำนโยบายรัฐบาล
โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ได้จัดทำบัญชีนวัตกรรมไทยขึ้นเพื่อใช้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐโดยวิธีกรณีพิเศษ มาปรับใช้เพื่อเป็นเครื่องมือทางนโยบายในการส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. โดยมีมาตรการสนับสนุน คือ บริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์หรือบริการตามบัญชีนวัตกรรมกลุ่ม ปตท. โดยวิธีกรณีพิเศษ
ทั้งนี้ สถาบันนวัตกรรม ปตท. ได้เล็งเห็นถึงสิทธิประโยชน์ และการผลักดันนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. ไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจำหน่ายทั้งสิ้น 29 ผลิตภัณฑ์ และได้จัดทำ Catalogue บัญชีกลุ่ม ปตท. ขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่
“Nong Pim” เครื่องวัดค่าฝุ่น (PM 2.5)
PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบขนาดได้ประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ ซึ่งขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอื่นๆ ในร่างกายได้ ตัวฝุ่นยังเป็นพาหะนำสารอื่นเข้าสู่ร่างกาย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ
สถาบันนวัตกรรม ปตท. โดยทีมวิจัยจากฝ่ายเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จึงมีแนวคิดพัฒนาเครื่องวัดค่าฝุ่น (PM 2.5) ภายใต้ชื่อ “Nong Pim” Air Detector เพื่อนำมาช่วยในการวัดปริมาณฝุ่นว่าเกินกว่าค่ามาตรฐานตามที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดหรือไม่ ตัวเครื่องมีขนาด 80x145x55 มิลลิเมตร น้ำหนักรวม 220 กรัม มีระบบ Smart Sensor สำหรับตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยี Laser Scattering ส่งผ่านข้อมูลด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบ NB-IoT สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพื่อตรวจวัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ด้วยค่าความผิดพลาด ±10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากนั้นส่งค่าวัดไปยังระบบบริหารจัดการข้อมูลบน Cloud Server แสดงผลผ่าน Direct Text Message, Web Application และ Web API สำหรับการนำข้อมูลไปใช้งานบน Platform อื่นๆ โดยได้ดำเนินการติดตั้ง Nong Pim เพื่อใช้งานภายในกลุ่ม ปตท. แล้วมากกว่า 60 จุด และคาดว่าจะมีการขยายผลทางเชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต
“EV Wall Charger” เครื่องชาร์จประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์
ทีมวิจัยจากฝ่ายเทคโนโลยีพลังงานใหม่ สถาบันนวัตกรรม ปตท. ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องชาร์จประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับใช้ติดตั้งบนผนังภายในที่อยู่อาศัย หรือในอาคารจอดรถ โดยใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบบ 1 เฟส 220 โวลต์ กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 3.5 - 7 กิโลวัตต์ เพื่อเติมไฟฟ้าให้แก่รถยนต์แบบ PHEV (Plug in Hybrid Electric Vehicle) และ BEV (Battery Electric Vehicle) พร้อมระบบกำหนดสิทธิ์การเติมไฟฟ้าด้วยบัตร RFID เก็บข้อมูลการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายแสดงผลผ่าน Administration Application บน PC และ Mobile Application บนสมาร์ตโฟน เหมาะสำหรับการบริหารจัดการ ด้านพลังงานและค่าใช้จ่าย
ลักษณะการทำงานผ่านหัวจ่ายแบบ Type 2 กำลังไฟฟ้าสูงสุด 7 กิโลวัตต์ ตามมาตรฐาน IEC 61815 พร้อมระบบความปลอดภัยป้องกันไฟรั่ว ไฟเกิน โดยมีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Wall Charger Eco, Wall Charger Normal และ Wall Charger Smart พร้อมทั้งได้ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรการออกแบบเรียบร้อยแล้ว และ EV Charger รุ่น Normal ได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อปี 2562 ทั้งนี้มีแผนขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย EV Charger รุ่น Smart ต่อไป
นอกจากนี้ ปตท. ยังได้จับมือกับบริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด และศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เพื่อให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ในพื้นที่หลัก (Prime Locations) เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบัน ปตท. ได้ติดตั้ง EV Charging Station ที่พร้อมให้บริการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฯ ไบเทค บางนา และ True Digital Park สุขุมวิท 101
“Coffee Chaff”
คาเฟ่ อเมซอน ได้ตอกย้ำความชัดเจนในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก โดยได้ร่วมกับนักวิจัย ปตท. ในการเปลี่ยน “เยื่อกาแฟ” ซึ่งเป็นของเหลือจากการคั่วเมล็ดกาแฟในโรงคั่วกาแฟที่จะต้องทำลายทิ้ง นำมาเป็นสารเติมแต่งผสมรวมกับเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ 3 กลุ่ม ได้แก่ ผสมกับ Bioplastics ได้เป็น Biocoff ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ 100% ผสมกับ Commodity Plastic เป็น Plascoff ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ แต่ใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับอาหารได้ เช่น แก้วเครื่องดื่มเย็น ถาด โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ และผสมกับ Recycled Plastic เป็น Rplascoff มีราคาถูก ผลิตภัณฑ์จะเกิดเป็นสีน้ำตาลจากธรรมชาติ ใช้ทำกระถางต้นไม้ ที่รองแก้ว เป็นต้น
การนำ Coffee Chaff ไปผสมกับเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ เพื่อใช้ขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากเป็นการช่วยลดปริมาณของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมได้แล้ว ยังสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าได้อีกด้วย การนำเยื่อกาแฟมาผสมกับพลาสติกชีวภาพ (Biocoff) สามารถช่วยลดต้นทุนของการผลิตของพลาสติกชีวภาพลง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ได้เพิ่มมากขึ้น
“Heavy Duty Cleaner”
ปตท. ยังได้วิจัย และคิดค้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง Heavy Duty Cleaner ที่สามารถขจัดสิ่งสกปรก เช่น จารบี คราบน้ำมันเครื่อง ยางมะตอย และคราบเหนียวอื่นๆ ไม่มีส่วนผสมของกรดและเบส ไม่กัดกร่อนโลหะและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้สำหรับงานทำความสะอาด ขจัดคราบ และ Flushing Valve ภายในสายงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ทดแทนการสั่งซื้อจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูง โดยสามารถลดต้นทุนของสายงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ได้กว่า 4.5 ล้านบาทต่อปี
สำหรับผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต่างๆ ที่กลุ่ม ปตท. ได้คิดค้นขึ้น สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.pttplc.com/th/Media/Activity/Highlights/Content-4425.aspx หรือติดต่อคุณวิชย์กรณ์ เจียมอ่อน โทร. 0 3524 8385







