posttoday
สินค้าขึ้นได้3%

สินค้าขึ้นได้3%

09 ธันวาคม 2553

 

ธปท.เสนอครม.ดูแลเงินเฟ้อ โฆสิตชี้ไม่เกิน4%ดบ.ไม่พุ่ง

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.ตั้งธงดูแลระดับราคาสินค้าในปีหน้าไม่ให้เกิน 0.53%

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เสนอกรอบเป้าหมายการควบคุมเงินเฟ้อ หรือดัชนีราคาสินค้าในปี 2554 ไว้ที่ 0.53% ซึ่งสามารถแข่งขันด้านราคาของภาคส่งออก และวางแผนลงทุนการ บริโภคได้ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวจาก สศค. เปิดเผยว่า ในปี 2554 ได้ประมาณการเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 45% ซึ่งแตกต่างจากการประเมินของ ธปท.เล็กน้อย ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะอยู่ที่ 2.5% และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.5%

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เป้าหมายการดูแลระดับราคาที่ ธปท.ตั้งไว้อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงบ้าง แต่ก็สามารถใช้เป็นกรอบในการวางแผนการลงทุน ซึ่งถ้าหลุดไปจากกรอบนี้ก็จะมีผลกระทบในเรื่องความร้อนแรงของเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องถูกนำมาใช้มากขึ้น และจะเป็นตัวสะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของ ธปท.

“เท่าที่คลังประเมินนั้น เชื่อว่าในปีนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีโอกาสจะอยู่ในระดับ 2.83.8% สูงขึ้นจากกรอบที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะดูแลให้อยู่ในระดับ 2.53.8% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานนั้นน่าจะอยู่ในระดับ 0.51.3% สำหรับปีหน้านั้นเชื่อว่าเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะอยู่ในกรอบ 35% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ในระดับ 23%” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและกดดันให้ระดับราคาในปีหน้าสูงขึ้นกว่ากรอบที่ตั้งไว้จะมาจาก 3 ส่วน คือ ราคาน้ำมันสูงกว่าที่ประมาณการไว้ ราคาสินค้าเกษตรเร่งปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลงตามสภาพอากาศที่แปรปรวน และค่าจ้างแรงงานที่อาจปรับสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดไว้

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% เป็น 2% ไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายสินเชื่อและรายได้ เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิยังคงอยู่ในระดับ 3% ส่วนทิศทางของดอกเบี้ยในปีหน้าจะขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อว่าจะร้อนแรงแค่ไหน

“อัตราดอกเบี้ยที่ 2% อยู่ในระดับที่คาดว่าจะสามารถดูแลเงินเฟ้อต่อไปได้อีกสักระยะ หากอัตราเงินเฟ้อยังเคลื่อนไหวไม่เกิน 45% ทิศทางดอกเบี้ยในปีหน้าจึงไม่จำเป็นจะต้องขึ้นต่อเนื่อง” นายโฆสิต กล่าว

นายโฆษิต กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของธนาคารในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และคาดว่าธนาคารอื่นๆจะมีการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมา แม้ว่าจะมีบางธนาคารที่ออกมาประกาศจะคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จนถึงสิ้นไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า แต่หากตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรงเชื่อว่า คงไม่มีธนาคารแห่งใดนิ่งเฉยได้

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า หลังจากกนง.ปรับอัตราดอกเบี้ย 0.25% ธนาคารได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั้งระยะสั้นและระยะยาวขึ้นสูงสุดถึง 0.5 % ซึ่งจัดว่าสูงพอสมควร ขณะที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ไม่มากนักแค่ 0.125%

นายชาติศิริ กล่าวว่า กลยุทธ์ของธนาคารในปีหน้าจะขยายการดำเนินธุรกิจไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ประโยชน์จากสาขาในต่างประเทศ คาดว่าสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อในต่างประเทศจะอยู่ที่ 17% ขณะที่สินเชื่อในประเทศก็ยังคงขยายตัวได้ดี เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ