posttoday
ยอดลงทุนใหม่ไม่ฉิว

ยอดลงทุนใหม่ไม่ฉิว

08 ธันวาคม 2553

 

มูลค่าเดือนพ.ย.ลดลง61% เอกชนยังไม่มั่นใจภาวะศก.

โพสต์ทูเดย์ — ธุรกิจยังผวาเศรษฐกิจไทย ทำทุนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเดือน พ.ย. ลด 61% แต่เชิงปริมาณเพิ่ม 37%

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดการจดทะเบียนธุรกิจเดือน พ.ย. 2553 มีเงินทุนจดทะเบียน 1.33 หมื่นล้านบาท ลดลง 61% เทียบกับเดือน พ.ย.ปีก่อน ที่มีทุนจดทะเบียน 2.17 หมื่นล้านบาท และลดลง 58% เมื่อเทียบกับเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หรือลดลง 1.89 หมื่นล้านบาท สำหรับสาเหตุที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งลดลงค่อนข้างมาก อาจเป็นเพราะภาคธุรกิจยังกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจที่เริ่มมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น เช่น การส่งออกชะลอตัวจากค่าเงินบาทผันผวน และผลจากนโยบายดอกเบี้ยแข็งค่าขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย

รวมทั้งมีปัจจัยลบภายนอกประเทศจากเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว ปัญหาหนี้สาธารณะในสหภาพยุโรปที่ยังเรื้อรัง รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ส่งผลให้มีการหันมาเพิ่มทุนบริษัทเดิมที่มีอยู่แทน

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ทำให้มีธุรกิจจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ คือการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ การลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (เอฟดีไอ) ที่เพิ่ม 651 โครงการ หรือเพิ่ม 26% รวมทั้งการลงทุนก่อสร้างสนามฟุตซอลรองรับเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกประมาณ 1,500 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน พ.ย. 2553 มียอดจัดตั้ง 4,758 ราย เพิ่มขึ้น 37% เทียบกับเดือน พ.ย.ปีก่อน ที่มีจำนวน 3,469 ราย แยกเป็นในกรุงเทพฯ 2,147 ราย ภูมิภาค 2,611 ราย

ขณะที่นิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คือ บริการนันทนาการ เช่น ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดหานักแสดง คาราโอเกะ บันเทิง 1,068 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป เช่น การก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคาร ที่พักอาศัย 406 ราย และอสังหาริมทรัพย์ เช่น การซื้อ ให้เช่าที่อยู่อาศัย 243 ราย ส่วนสถิติจัดตั้งธุรกิจใหม่รวม 11 เดือน ปี 2553 มีจำนวน 4.76 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 8,874 ราย หรือ 22% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 3.87 หมื่นราย

สำหรับสถิติจดทะเบียนเลิกธุรกิจเดือน พ.ย. 2553 มีจำนวน 1,715 ราย เพิ่มขึ้น 143 ราย หรือ 9% เทียบกับเดือนพ.ย.ปีก่อนที่มี 1,572 ราย ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน พ.ย. 11 เดือน มีจำนวน 7,118 ล้านบาท ลดลง 31% หรือ 3,232 ล้านบาท เทียบกับเดือน พ.ย.ปีก่อน ที่มี 1.03 หมื่นล้านบาท โดยสถิติจดทะเบียนเลิกกิจการช่วง 11 เดือน มีจำนวน 1.23 หมื่นราย ลดลง 812 ราย คิดเป็น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 1.31 หมื่นราย ส่งผลให้มีห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัดคงอยู่ทั้งประเทศ 5.42 หมื่นราย และบริษัทมหาชนคงอยู่ 893 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 5.43 หมื่นราย

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ส่วนธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการสูงสุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านอื่น ตัวแทนท่องเที่ยวและผู้จัดนำเที่ยว และขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่มีการจดทะเบียนเลิกกิจการมากอาจเป็นผลจากนโยบายการต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าของรัฐบาลไปชานเมืองมากขึ้น ทำให้การลงทุนคอนโดมิเนียมในเมืองชะลอตัว แต่ก็มีโครงการบ้านตามชานเมืองเพิ่มขึ้นแทนบ้างขณะเดียวกันการยกเลิกยังมาจากบริษัทก่อสร้างที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับงานในโครงการชั่วคราวเมื่อหมดสัญญาจึงยกเลิก แต่ถือว่าไม่น่าห่วงเพราะการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ยังคงขยายตัวได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน