
รฟม.ยันไม่ได้เตะถ่วงผุดสายสีน้ำเงิน
โพสต์ทูเดย์
— รฟม.แจงยังไม่ลงนามว่าจ้างเอกชนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 5 สัญญา เพราะ ครม.สั่งระงับนายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการฯ (ปฏิบัติการ) รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการต่อรองราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีนำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้รายงานให้ ครม.ทราบแล้วว่า การเจรจาลดราคาค่าก่อสร้างคงไม่สามารถลดลงได้อีก เพราะการทำสัญญาเป็นสัญญาแบบปรับราคา (ค่า K) อยู่แล้ว
สำหรับสาเหตุที่ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาทั้ง 5 สัญญาได้ เนื่องจากคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญญา และ รฟม.กำลังทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด
“
สาเหตุที่ รฟม.ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาว่าจ้างเอกชน ผู้ที่ชนะประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 5 สัญญาได้ เนื่องจาก ครม. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงคมนาคมระงับเรื่องนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมดให้คณะกรรมาธิการฯ รับทราบ และได้เข้าใจข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน แต่ รฟม.ได้ประกวดราคาด้านงานโยธาสัญญาที่ 15 ไปเรียบร้อยแล้ว” นายรณชิต กล่าวอย่างไรก็ตาม รฟม.ได้ดำเนินการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินด้านงานโยธา สัญญาที่ 15 ไปแล้ว แต่ครม.ได้สั่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการตรวจสอบ โดยมีนายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานและดำเนินการสรุปผลการตรวจสอบดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคมและรายงานให้ครม.ทราบแล้วว่าขั้นตอนการประกวดราคาเป็นไปตามกฎระเบียบในการดำเนินการ
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในการประชุมครม.ได้อนุมัติกระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมและค้ำประกันเงินกู้สำหรับค่าจ้างที่ปรึกษาระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ วงเงินรวม 1,953 ล้านบาท แบ่ง เป็นจ้างที่ปรึกษาบริหารงานโยธา 732 ล้านบาท ที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง 1,221 ล้านบาท เนื่องจากมติครม. วันที่ 24 พ.ย.2552 ได้เห็นชอบให้มีการทบทวนกรอบวงเงินค่าก่อสร้าง งานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จาก 48,824 ล้านบาท เป็น 52,460 ล้านบาท ราคานี้รวมแวตแล้ว และได้อนุมัติแนวทางการระดมทุนงานโครงสร้างพื้นฐานให้กระทรวงการคลังกู้เงินบาทกจากแหล่งทุนในประเทศ
ในรายงานการประชุม ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอให้ รฟม.ประสานกับกระทรวงการคลังในการพิจารณาความเหมาะสมของค่าจ้างก่อนดำเนินการต่อไป และให้ รฟม.จัดทำแผนธุรกิจในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในสถานีและตัวรถที่ให้เอกชนลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cross หรือให้ รฟม.จัดเก็บรายได้ ซึ่งแผนธุรกิจจะต้องมีความชัดเจนเรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รูปแบบการพัฒนาธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาด รวมทั้งประมาณการรายรับและรายจ่ายเพื่อเพิ่มรายได้และลดภาระการลงทุนทางการเงินของภาครัฐ







