
โอต-กูตูร์ งานโชว์ฝีมือยอดดีไซเนอร์
ตลาดของห้องเสื้อชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจะขาดเวทีที่เรียกว่า โอต-กูตูร์ อันเป็นเวทีที่แยกออกมาเฉพาะ เพื่อแสดงฝีมือของยอดดีไซเนอร์อย่างแท้จริง...
ตลาดของห้องเสื้อชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจะขาดเวทีที่เรียกว่า โอต-กูตูร์ อันเป็นเวทีที่แยกออกมาเฉพาะ เพื่อแสดงฝีมือของยอดดีไซเนอร์อย่างแท้จริง...
โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล
ในแต่ละคอลเลคชั่นของแต่ละซีซั่นหรือฤดูกาลในแฟชั่นนั้น แน่นอนว่าเสื้อผ้าแต่ละแบรนด์ที่มีมาเดินโชว์บนเวที ต้องการจะนำเสนอขายสินค้า ที่เป็นเสื้อผ้าแพรพรรณพะแบรนด์ของตัวเอง โดยตลาดใหญ่นั้นเรียกว่า การโชว์คอลเลคชั่น เรดดี้ ทู แวร์ หรือในภาษาไทยว่า เสื้อผ้าสำเร็จรูปพร้อมใส่ ซึ่งอาจจะมีราคาที่ย่อมเยาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของสินค้า
และวัตถุดิบที่นำมาใช้ในแต่ละคอลเลคชั่นด้วย
ทว่า บนเวทีแฟชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดของห้องเสื้อชั้นนำ ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาตินั้น จะขาดเวทีที่เรียกว่า โอต-กูตูร์ (Haute-Couture) อันเป็นเวทีที่แยกออกมาเฉพาะ เพื่อแสดงฝีมือของยอดดีไซเนอร์อย่างแท้จริง เวที โอต-กูตูร์ คล้ายเป็นการแสดงผลงานอันสุดยอดทางศิลปะการออกแบบของสุดยอดศิลปินแห่งโลกแฟชั่น และยังเป็นไฮไลต์
ของโชว์ในแต่ละซีซั่นที่จะขาดไปเสียไม่ได้
รู้จัก โอต-กูตูร์
เราอาจจะเรียก โอต-กูตูร์ ว่า คือ แฟชั่นเสื้อผ้าชั้นสูง โอต-กูตูร์ คือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในประวัติศาสตร์ของแวดวงแฟชั่น โอต-กูตูร์ เป็นคำภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลตรงๆ ตัวว่า แฟชั่นเสื้อผ้าชั้นสูง โดยคำว่า กูตูร์ นั้น ใช้เรียกการสร้างสรรค์เสื้อผ้าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเย็บ การปัก การถัก หรือการร้อย ก็ตาม ส่วน โอต แปลว่า ความงามสง่าหรือชั้นสูง ซึ่งทำให้ในการผลิตเสื้อผ้าบนเวที โอต-กูตูร์ นั้นจะธรรมดามิได้
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าที่ใช้การออกแบบที่ประณีตเป็นพิเศษ รวมทั้งมักจะมีการผลิตอย่างจำกัด นอกจากนี้ ในการแสดงแบบยังต้องมีการคัดสรรนางแบบระดับสูง หรือจะต้องเป็นซูเปอร์โมเดลเท่านั้น จึงจะมีสิทธิสวมใส่เสื้อผ้าชั้นสูงได้ ที่สำคัญ โอต-กูตูร์ ยังจำกัดอยู่ในวงของสุดยอดดีไซเนอร์ระดับโลกเท่านั้น โดยเฉพาะยอดดีไซเนอร์จากแบรนด์ดังต่างๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก
กำเนิด โอต-กูตูร์
เสื้อผ้าชั้นสูง หรือโอต-กูตูร์ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มจากการที่ศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี รวมทั้งแฟชั่น ที่เป็นที่นิยมมากจากพระราชวังแวร์ซายส์ ผู้ที่มาเยือนกรุงปารีส ต่างก็ต้องพกผ้าอาภรณ์ที่ตัดเย็บโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศส ในที่สุด ปารีส ก็กลายเป็นศูนย์กลางแห่งแฟชั่นนับตั้งแต่นั้นมา หลังจากก่อนหน้านี้ ศูนย์กลางแฟชั่นมักจะยอมรับกันว่าอยู่ที่กรุงเวนิซ ที่สาวๆ เวนิเซียน มักจะใส่ใจพิถีพิถันในการแต่งกายเป็นพิเศษ และมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร
โอต-กูตูร์ เจ้าแรกที่ประสบความสำเร็จมากในปารีส ก็คือ ชาร์ลส์ เฟรเดริก ที่โด่งดังไปถึงกรุงนิวยอร์ก ในที่สุดห้องเสื้ออื่นๆ ก็ได้สร้างชื่อตามมา ไม่ว่าจะเป็น ฟูตู ปัวเรต์ ฟีออนเนต์ ล็องแวง ชาแนล บาเลยเซียกา อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ ปิแอร์ กาแด็ง เอ็มมานูเอล อุงกาโร และคริสติยอง ดิออร์ เป็นอาทิ
แฟชั่นชั้นสูง-ราคาสุดสูง
ด้วยความที่กระบวนการผลิตได้ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน นอกเหนือจากเรื่องของการคัดสรรเนื้อผ้าและวัตถุดิบที่สุดยอดด้วยในส่วนอื่นๆ แล้ว ยังเป็นงานที่โชว์ฝีมือและทักษะการคัตติ้ง และออกแบบของยอดดีไซเนอร์ด้วย ดังนั้นจึงมิใช่เรื่องที่ไม่อาจคาดการณ์ว่า ราคาของเสื้อผ้าชั้นสูงนี้จะสูงลิบลิ่วตามไปด้วยขนาดไหน
ส่วนใหญ่แล้วราคาของเสื้อผ้า โอต-กูตูร์ แต่ละชุดนั้น มักจะอยู่ราวๆ 10,000 ปอนด์ขึ้นไป เรื่อยเลยไปถึงราวๆ 50,000 ปอนด์ อย่างเช่น คอลเลคชั่น โอต-กูตูร์ ของห้องเสื้อชาแนลในปี 2002 ซึ่งออกแบบโดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ นั้น สนนราคาอยู่ที่ 20,000 ปอนด์ ซึ่งหากคุณมิใช่มหาเศรษฐีระดับโลกละก็ อาจจะตั้งขอกังขาว่า คนที่ควักกระเป๋าหลายแสนบาท เพื่อซื้อชุดสุดอลังการที่ไม่อาจจะสวมใส่ได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวันอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ในขณะที่บรรดามหาเศรษฐีและนักสะสมกลับปราศจากข้อฉงนหรือกังขาราคาที่สุดยอดนี้แต่อย่างใด เนื่องเพราะพวกเขาจะได้รับบริการหลังการขายดีสุดยอดไปตลอดชีวิตด้วยทีเดียว นอกเหนือจากคุณภาพของสินค้าที่มีชิ้นเดียวในโลก อันแสนจะเลอค่าคุ้มราคาเรือนแสน ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บให้พอดีกับร่างกายลูกค้า รวมทั้งการส่งผู้มาช่วยสวมใส่ยามเธอจะสวมชุดราคาหลายแสนออกกรีดกรายในงานสังคม แล้วยังจะบริการดูแลเรื่องซักรีด และซ่อมแซมให้สวยงามเหมือนใหม่เสมออีกตลอดไปด้วยล่ะ
อย่างห้องเสื้อชาแนลนั้น เฉลี่ยแล้วมีมหาเศรษฐีผู้เป็นขาประจำเสื้อผ้า โอต-กูตูร์ ราวปีละ 150 ราย ยังไม่รวมอีก 20 รายที่ตัดชุดวิวาห์ ซึ่งนับเป็น โอต-กูตูร์ เช่นเดียวกัน ในแต่ละปีด้วย
ผ้าชนิดพิเศษ สร้างสรรค์เฉพาะเพื่อ โอต-กูตูร์
สำหรับเนื้อผ้าที่จะปรากฏในคอลเลคชั่น โอต-กูตูร์ นั้น จะธรรมดามิได้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเนื้อผ้าราคาสูง ตั้งแต่ผ้าแคชเมียร์ ผ้าวูล ผ้าไหม ลินิน สเวด หรือชุดหนัง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีเนื้อผ้าที่ห้องเสื้อชั้นสูงแต่ละแห่งสร้างสรรค์กันขึ้นมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสั่งทำที่โรงงานโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นการปักเลื่อม หรือปักลวดลายดอกไม้ กุ๊นชายผ้าเป็นพิเศษด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ดีไซเนอร์แต่ละคนยังอาจจะโชว์ฝีมือในส่วนของเครื่องประดับอื่นๆ เป็นของสมนาคุณให้แก่ลูกค้ามหาเศรษฐีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหมวก กระดุม เข็มขัด หรือเครื่องประดับอื่นๆ แม้แต่รองเท้า ที่เข้ากันกับเสื้อผ้า โอต-กูตูร์ อาจจะเป็นทางด้านจิวเวลรี่ หรืองานปัก งานลูกไม้ ที่ดูสวยงามล้ำค่า มากราคาทั้งสิ้น และที่สำคัญก็คือ เป็นชิ้นงานที่ ลิมิเต็ด และเอ็กซ์คลูซีฟ อย่างแท้จริง
ในการเป็นเจ้าของ เสื้อผ้า โอต-กูตูร์ สักชุด จะต้องมีการสั่งทำ เหมือนการไปสั่งตัด เพื่อให้ได้ชุดขนาดที่พอดีกับตัวคุณจริงๆ โดยเมื่อรับออร์เดอร์แล้ว ช่างจะสร้างสรรค์เสื้อผ้าชุดนั้นขึ้นมา 3 ขนาด เพื่อให้ลูกค้าลองสวมใส่ดูชุดที่สวยเหมาะที่สุดกับตัวเอง
ความฝันของยอดดีไซเนอร์ต่อ โอต-กูตูร์
ในแต่ละปี เสื้อผ้า โอต-กูตูร์ นั้นขายได้น้อยกว่า 1,000 ชุด จึงเป็นความฝันของห้องเสื้อชั้นสูงทั้งหลาย ว่าจะสามารถเพิ่มยอดในการขายให้ได้มากกว่าเดิม โดยต่างพยายามสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยอาจจะเพิ่มความสวยงามในการประดับตกแต่งเสื้อผ้าให้วิจิตรงดงามมากกว่าเดิม ทว่า ลดความอลังการแบบหลุดโลกลงมาให้ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบของเสื้อผ้า โอต-กูตูร์ แต่ละฤดูกาลจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ เทรนด์แฟชั่น เทรนด์เนื้อผ้า และสีสัน รวมทั้ง แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นแก่ศิลปินยอดดีไซเนอร์ด้วย
และแม้คนธรรมดาทั่วไปจะไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะเป็นเจ้าของ โอต-กูตูร์ สักชุดหนึ่งได้ ทว่า เรื่องของ สไตล์ ไม่มีข้อจำกัดในด้านของราคา บุคคลทั่วไปอาจเก็บแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าชั้นสูงมาปรับใช้ในการแต่งกายให้สนุกสนานของตัวเอง ยามที่ต้องออกไปเริงร่าในสังคมราตรีก็อาจทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด







