posttoday
1 ปีกับโควิด เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วหรือยัง?

1 ปีกับโควิด เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วหรือยัง?

28 ตุลาคม 2563

บทความโดย...ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโดยนักวิเคราะห์และหน่วยงานส่วนใหญ่ ต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสขยายตัวและได้ผ่านจุดต่ำสุดจากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เราจะยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะคำถามสำคัญคือ แม้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ตอนนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนกันแน่ ?

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงการฟื้นตัวของประเทศไทย ไว้อย่างน่าสนใจว่า “วิกฤตเศรษฐกิจในรอบนี้ ความลึก ไม่สำคัญเท่ากับความยาว” ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังคงส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นความน่ากลัวที่แท้จริงของผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ประเทศที่น่าจับตามองคือ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างสหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งนโยบายและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศนี้ ส่งผลกับเศรษฐกิจโลกโดยรวมผ่านการค้าขายระหว่างประเทศ

เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว แต่กลับมาชะลอตัวลงอีกครั้ง ส่วนอัตราการจ้างงาน ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม ส่งผลให้กำลังซื้อหดหาย เกิดการลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง และยังมีปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตาดูคือ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีผลต่อนโยบายทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน

ด้านประเทศจีน ถือเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีที่สุด เห็นได้จากบริษัทเอกชนต่างๆ สามารถทำกำไรเริ่มมีการลงทุน ขยายการผลิต และมีการจ้างงานเพิ่มบ้างแล้ว ทำให้ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายนโยบายทางเศรษฐกิจลง แต่จีนยังคงเผชิญความเสี่ยง 2 เรื่อง คือ

1. ภาคการเงิน ที่ระบบธนาคารมีกำไรลดลง

2. ความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ในกรณี หากเกิดเหตุการณ์นานาชาติคว่ำบาตรไม่นำเข้าสินค้าจากจีน

ในส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยนั้น ที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จากมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด ส่งผลต่อภาคธุรกิจและการจ้างงานโดยตรง ทำให้ความต้องการอุปโภคบริโภคลดลง

การลำดับความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละกลุ่มธุรกิจจะแตกต่างกัน โดยเรียงลำดับจากเร็วไปช้า ดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าจำเป็น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารการกิน กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

2. กลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็น เช่น สินค้าคงทนต่างๆ

3. กลุ่มสินค้าต้นน้ำ เช่น ภาคการเกษตร

4. กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องวิถี New Normal เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่น่าจะมีการฟื้นตัวช้า และเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด

ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวนี้เอง อาจเกิดความไม่แน่นอนทั้งการทำธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน และแนวโน้มของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดเดาได้

ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการในปัจจุบันนี้ คือ การขาดสภาพคล่อง จากการสำรวจบริษัทในประเทศไทยกว่า 4.3 แสนบริษัท พบว่ามีจำนวนบริษัทถึง 1 ใน 3 หรือ ราว 1.4 แสนราย กำลังประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง และในจำนวนนี้กว่า 95% เป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งหากบริษัทเหล่านี้ต้องปิดตัวลงจะกระทบกับการจ้างแรงงานกว่า 12 ล้านราย

ดร.สมประวิณ ได้สรุปภาพรวมและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไว้ 4 แนวทางดังนี้

1. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะสนับสนุนสภาพคล่องและการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

2. การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

3. การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยการปรับลดระเบียบข้อบังคับบางอย่างให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

4. การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดการนำเอาไปลงทุนทางการเงินอีกต่อ ที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง

ผู้ประกอบการในวันที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว ต้องมีความยืดหยุ่น คิดเผื่ออนาคตไว้ล่วงหน้าเสมอ เตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยน Business Model เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเราทุกคนในวันนี้ ถ้าหากเลือกวิธีการที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้ธุรกิจของเรา และเศรษฐกิจไทยอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

บอร์ด THAI ปลด “ชาย” ตั้ง “สัมฤทธิ์” รักษาการ CEO แทน สังเวยน้ำท่วมป่วนธุรกิจ

บอร์ด THAI ปลด “ชาย” ตั้ง “สัมฤทธิ์” รักษาการ CEO แทน สังเวยน้ำท่วมป่วนธุรกิจ