
‘ชีวาทัย’ชะลอลงทุนอสังหาฯปี’54
นายชาติชาย พานิชชีวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชีวาทัย เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจชะลอการลงทุนโครงการใหม่ในปี 2554 จากเดิมเคยวางแผนลงทุนต่อเนื่องทั้งแนวสูงและแนวราบ เนื่องจากมองปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจในประเทศ เศรษฐกิจต่างประเทศในปีหน้ายังมีความผันผวนสูง จึงต้องพิจารณาเรื่องการลงทุนอย่างรอบคอบ
ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียม บริษัทประเมินว่าเริ่มอิ่มตัว จากการที่มีหลายปัจจัยลบในตลาด ที่คาดว่าจะส่งผลให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวลง และจำนวนห้องชุดใหม่ที่เข้าสู่ตลาดค่อนข้างมาก จึงต้องรอให้ซัพพลายถูกดูดซับไประยะหนึ่งก่อน
สำหรับแนวทางลงทุนใหม่ หากจะเริ่มลงทุนอีกครั้งจะใช้รูปแบบเดียวกับโครงการเดอะสุรวงศ์ ที่ร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องเงินทุนจมไปกับต้นทุนที่ดิน เพราะขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง การทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน อาจเกือบถึง 1 ปี จึงมองว่าหากร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินจะลดภาระดังกล่าวได้ดีกว่า
ทั้งนี้ สัดส่วนในการร่วมทุนจะขึ้นอยู่กับเจ้าของที่ดินแต่ละแห่ง โดยจะมีการประเมินราคาที่ดินตามราคาตลาด หลังจากนั้นจะประเมินต้นทุนก่อสร้าง ส่วนที่เท่ากับราคาที่ดิน ถือเป็นส่วนที่เจ้าของที่ดินร่วมทุน ส่วนต่างที่เกินกว่านั้น อาจจะร่วมเงินทุนกันรายละ 50%
ด้านนโยบายการตลาด ปีหน้าจะเน้นระบายสต๊อก 3 โครงการ เดิมที่มีอยู่ โดยโครงการแรกเดอะสุรวงศ์ ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ มียอดขาย 7080% แล้ว จากทั้งหมด 52 ยูนิต คาดจะรับรู้ได้ในสิ้นปีนี้ 300400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยขยายต่อเนื่องถึงปีหน้า
โครงการชีวาทัย ราชปรารภ มี 329 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 60% คาดหากอาคารก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือน เม.ษ. 2554 จะมียอดขายดีขึ้น ปัจจุบันงานก่อสร้างอยู่ที่ 8090% แล้ว
ด้านโครงการชีวาทัย รามคำแหง ที่เพิ่งเปิดตัว 535 ยูนิต คาดใช้เวลาก่อสร้างอีก 23 ปี เพราะเป็นโครงการใหญ่ จึงอาจต้องใช้ระยะเวลาในการขายค่อนข้างนาน โดยปีหน้าตั้งเป้ามียอดรับรู้รายได้ 600700 ล้านบาท







