posttoday
จี้ระดมทำแผนตลาดทุน10ปี ชี้ทางขยายธุรกิจภาคเอกชน

จี้ระดมทำแผนตลาดทุน10ปี ชี้ทางขยายธุรกิจภาคเอกชน

06 ธันวาคม 2553

“ไพบูลย์” ไฟแรง ผลักดันให้วาดวิสัยทัศน์ตลาดทุนไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นเข็มทิศของผู้ประกอบการ ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจ

“ไพบูลย์” ไฟแรง ผลักดันให้วาดวิสัยทัศน์ตลาดทุนไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นเข็มทิศของผู้ประกอบการ ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น ควรมาร่วมกันจัดทำแผนงาน (โรดแมป) ของการพัฒนาตลาดทุนไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า (Capital market Vision 2020) ว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อเอื้อต่อการจัดทำแผนธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลาดทุนจะมีแผนพัฒนาตลาดทุนไทยแล้ว แต่จะเป็นในเชิงการแก้อุปสรรค ไม่มีการวางโครงสร้างของตลาดทุนไทยในอนาคตควรจะเป็นอย่างไร เช่น อีก 10 ปีข้างหน้าจะมีโบรกเกอร์กี่แห่ง รวมถึงจะมีตลาดหลักทรัพย์กี่แห่ง และจะมีตลาดที่ให้บริการซื้อขายในสินค้าต่างๆ กี่ประเภท เพราะในต่างประเทศมีทั้งตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น

“คำถามข้างต้นไม่มีใครสามารถตอบได้ในขณะนี้ โรดแมปนี้เพื่อจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนทั้งหมดมีภาพและรู้ทิศทางในการทำงานชัดเจนขึ้น ภาครัฐสามารถออกนโยบายให้สอดคล้องกับการทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจในอนาคตได้มากยิ่งขึ้นด้วย เพราะจะเห็นได้ว่าหากยังคงทำงานแบบไม่มีการกำหนดโรดแมป การทำงานก็จะสะดุด การพัฒนาตลาดทุนก็ทำได้ลำบาก และทำงานกันไปคนละทิศคนละทาง” นายไพบูลย์ กล่าว

ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวอีกว่า คงจะหยิบยกเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาธุรกิจตลาดทุนว่า 1 องค์กร และ 6 สมาคม เห็นด้วยว่าควรจะมีการจัดทำโรดแมปหรือไม่อย่างไร และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างไร

ปัจจุบันตลาดทุนไทยกำลังเข้าสู่ยุคการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ หากตลาดพัฒนาขึ้นจะยิ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ว่ามีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนค่อนข้างมาก จนทำให้จำนวนหุ้นที่เข้าข่ายการลงทุนได้เพิ่มจำนวนขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งหุ้นที่อยู่ในกรอบการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ จะต้องมีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ในปี 2553 นี้ (ม.ค.-3 ธ.ค.) นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อหุ้นสุทธิ 5.6 หมื่นล้านบาท และไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวหุ้นหรือกลุ่มที่ลงทุนก่อนหน้านี้ โดยกระจายการลงทุนในหุ้นขนาดกลางมากขึ้น ซึ่งจะเห็นภาพได้ชัดเจนในปีหน้าว่าจะมีหุ้นหลายตัวสามารถขยับอันดับจากที่อยู่นอก SET 100 ขึ้นมาอยู่ใน SET 100 หรือ SET50 ส่วนหุ้นในกลุ่มหลัก เช่น ธนาคารพาณิชย์และพลังงานยังคงรักษาการถือหุ้นเท่าเดิม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน