posttoday
เงินทะลักเข้าหุ้นโลก

เงินทะลักเข้าหุ้นโลก

03 ธันวาคม 2553

ต่างชาติช้อนไทย4.2พันล้านเจ.พี.ฯแจกโพยให้เลือกช็อป

ต่างชาติช้อนไทย4.2พันล้านเจ.พี.ฯแจกโพยให้เลือกช็อป

ต่างชาติโหมซื้อหนัก 2 วัน 4,000 ล้านบาท รับดอกเบี้ยขาขึ้น วันนี้คาดถึง 1,050 จุด แนะนักลงทุนช็อปตัวที่ราคายังไม่ขยับ เน้นกลุ่ม ปตท.

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรง นำโดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งถึง 2.27% ส่งผลให้หุ้นเอเชียบวกยกแผง รวมถึงดัชนีหุ้นไทยสูงลิ่ว 1,031.97 จุด ดีดแรง 14.33 จุด หรือปรับตัวขึ้น 1.41% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาตา 49,422 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์นำตลาด ขณะเดียวกันยังขายหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง

ด้านนักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อหนักมือต่อ 3,011 ล้านบาท รวม 2 วันเท่ากับ 4,203 ล้านบาท หลังดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา และยังซื้อต่อในตลาดตราสารหนี้ จำนวน 2,793 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น แต่นักลงทุนจะต้องเลือกซื้อหุ้นที่ราคายังขยับขึ้นไม่มาก หรืออ่อนตัวลงแรงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกลุ่ม ปตท.

ขณะเดียวกันให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่ราคาขยับขึ้นมามากแล้ว จึงไม่ประหลาดใจที่มีแรงขายหุ้น บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL รวมถึงหุ้นกลุ่มเกษตรและชิ้นส่วนยานยนต์

อย่างไรก็ตาม มีแรงซื้อหุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) จนผลักดันราคาขึ้นไปแตะ 60 บาทก่อนอ่อนตัวมาปิดที่ 59 บาท บวก 2.50 บาท เพราะนักวิเคราะห์หลายรายต่างให้ราคาเป้าหมายใกล้เคียงกันสูงกว่า 70 บาท

นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย ให้ความเห็นว่าวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ดัชนีมีโอกาสขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมของปีนี้ที่ระดับ 1,050 จุด เนื่องมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเป็นบวกทั้งการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เศรษฐกิจยุโรปดูดี เงินเหรียญสหรัฐกลับมาอ่อนตัวส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่าทางยุโรปจะออกนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยจะทราบความชัดเจนใน 12 วันนี้ หากเกิดขึ้นจริงในระยะกลางจะส่งผลดีต่อราคาสินทรัพย์รวมถึงดัชนีหุ้นด้วย

สำหรับการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ในสัญญา SET 50 Index Futures ทางบริษัทได้แนะนำให้ลูกค้าซื้อ (ลอง) ไว้อยู่แล้ว และเมื่อยังไม่มีความชัดเจนกรณีดังกล่าว จึงให้ถือไปก่อน หากเกิดขึ้นจริงให้รอไปขายเพื่อปิดสถานะ บริเวณแนวต้านระดับ 728732 จุด แต่หากยังไม่เกิดขึ้นให้ขายปิดสถานะทันที

ด้านบริษัทหลักทรัพย์เจพีมอร์แกน แนะนำหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ส่วนกลุ่มพลังงานคือ บริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท บ้านปู (BANPU)
สำหรับกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชอบ บริษัท แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ (LH) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) กลุ่มอุปโภคบริโภคเชียร์หุ้น บริษัท ซีพีออลล์ (CPALL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO)

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี (DTC) กล่าวว่า ผลประกอบการปีนี้จะพลิกกลับมามีกำไรได้ หลังจากบริษัทรับรู้กำไรจากการขายโรงแรม 3 แห่ง เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCTF) และขายกิจการโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ในไตรมาส 4 และธุรกิจก็ดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันและสถานการณ์การเมืองนิ่ง

ทั้งนี้ DTC มีผลขาดทุน 208 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกปีนี้

ในปี 2554 ตั้งเป้ารายได้รวมเพิ่มขึ้น 15% จากปีนี้หากการเมืองไม่มีปัญหา ขณะที่ปีนี้รายได้ต่ำกว่าปีที่แล้วประมาณ 67% จากผลกระทบทางการเมือง ทำให้รายได้หายไปประมาณ 400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปี 2554 บริษัทมีแผนจะซื้อโรงแรมในประเทศ 12 แห่ง รวมทั้งจะรับบริหารกิจการโรงแรม ส่วนในต่างประเทศก็มีแผนจะเข้าซื้อกิจการ 12 แห่ง โดยมองที่ประเทศออสเตรเลียและในยุโรป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท