posttoday
ยางพาราอนาคตรุ่งตลาดโลกต้องการอื้อ

ยางพาราอนาคตรุ่งตลาดโลกต้องการอื้อ

02 ธันวาคม 2553

คาดปีหน้าความต้องการยางพาราโลกเพิ่มถึง 11 ล้านตัน อีก 10 ปีข้างหน้าต้องการเพิ่มกว่า  1 เท่า  ส่วนราคายางในไทยปีหน้าคาดขยับเพิ่มอีก 10%

คาดปีหน้าความต้องการยางพาราโลกเพิ่มถึง 11 ล้านตัน อีก 10 ปีข้างหน้าต้องการเพิ่มกว่า  1 เท่า  ส่วนราคายางในไทยปีหน้าคาดขยับเพิ่มอีก 10%

ดร.สตีเฟน อีเวน เลขาธิการกลุ่มศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ (IRSG)   กล่าวถึงการคาดการณ์ความต้องการยางของโลก ในการสัมมนา  “ ยางมีอนาคตสดใสอย่างยั่งยืนจริงหรือ”  ว่าในปีนี้ปริมาณการใช้ยางธรรมและยางธรรมชาติ อยู่ที่    23.9 ล้านตันเพิ่มจากปีที่แล้ว 12.0%   ปีหน้าคาดว่า จะเพิ่มเป็น  25.5 ล้านตันเพิ่มขึ้น  6.7 %  โดยเป็นยางธรรมชาติปริมาณ 10.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น   9.4% 

ยางพาราอนาคตรุ่งตลาดโลกต้องการอื้อ

ส่วนปีหน้า  คาดว่าความต้องการจะอยู่ที่ 11 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.4%  ซึ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนได้ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติของโลกเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งขณะนี้ จีนได้กลายมาเป็นประเทศผู้ใช้ยางพารา เป็นอันดับ 2 แทนญี่ปุ่น และความต้องการใช้ยางพาราจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น โดยปริมาณความต้องการใช้มากกว่า ยุโรปและสหรัฐฯร่วมกัน จึงคาดว่าในปี 54 ราคายางพาราโลกจะสูงขึ้นต่อเนื่อง และในปี   2020 คาดว่าความต้องการยางโลกจะอยู่ที่  31.7  ล้านตัน มูลค่าประมาณ 13 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ในปี 2020 คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 140 ดอลล่าสหรัฐต่อบาเรล เพราะฉะนั้นราคายางสังเคราะห์ก็จะสูงด้วย ทำให้ความต้องใช้ยางธรรมชาติของโลกยังมีปริมาณเพิ่มสูงต่อเนื่อง

ศ.ไดโกะ ซาอิด  ดามาดจาติ  เลขาธิการสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ  กล่าวถึง การผลิตยางของโลกว่า   ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ปลูกยางมากที่สุดของโลกโดยสัดส่วนอยู่ที่  34.6%  ทั้งนี้ผลผลิตของยางโลกนั้นมีปัญหาอยู่ที่ การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ   และอายุของยางที่ให้ผลผลิตเริ่มมากขึ้นทำให้ปริมาณยางที่ให้ลดลง  รวมทั้งสภาวะอากาศที่แปรปรวนทำให้คาดการณ์ได้ยากก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน   ซึ่งการส่งเสริมการปลูกเพิ่มที่เริ่มให้ผลผลิตในขณะนี้ จะเข้ามาทดแทนได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับประเทศไทย นั้นตั้งแต่ปี 2012-2017 จะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ  1.8 ล้านตันหรือประมาณ 17%   เนื่องจากพื้นที่ปลูกยางใหม่ เริ่มให้ผลผลิต 

นาย เฉิน  จิน หลง   ประธานบริษัทยาง Hangzhou Zhongoe Rubber จำกัด  อภิปรายถึงการคาดการณ์ความต้องการใช้ยางธรรมชาติในประเทศจีนว่า ตั้งแต่ปี 2009 จีนได้กลายเป็นตลาดรถยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ  เนื่องจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการปริมาณยางรถยนต์เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ โดยตัวเลขการผลิตยางรถยนต์ของจีนในช่วง 8  เดือนแรกของปี  2010 ได้มีการผลิตประมาณ  203 ล้านเส้น  เพิ่มขึ้น 23% ของปีที่ผ่านมา โดยเป็นยางเสริมใย(ยางเรเดียล) 107 ล้านเส้น เพิ่มขึ้นจากปี  ที่แล้ว  27%   ตัวเลขการส่งออกยางรถยนต์อยู่ที่  3.39 ล้านล้านหยวน   เพิ่มขึ้น  37.4% 

"แต่จากราคายางพาราที่สูงขึ้นแม้ว่าจะผลิตหรือขายของได้มากขึ้นแต่กำไรไม่มากทำให้ ขณะนี้อุตสาหกรรมยางรถยนต์ที่ใช้ยางสังเคราะห์ในจีนเพิ่มขึ้นมากซึ่งหากเป็นไปได้ องค์การยางระหว่างประเทศควรจะเข้ามาช่วยดูแลว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ราคายางพาราไม่สูงมากจนเป็นอุปสรรคจนบริษัทผลิตยางรถยนต์ต้องหันไปใช้วัสดุอื่น"นายเฉินกล่าว

นายหลักชัย   กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทยกล่าวถึงสถานการณ์ยางไทย ปัจจุบันและอนาคตว่า ไทยสามารถผลิตยางพาราได้เป็นอันดับ 1 ของโลกโดยมีผลผลิตอยู่ที่   3 ล้านตัน อันดับสองคืออินโดนีเซียอยู่ที่  2.5 ล้านตัน    ปริมาณการใช้ยางธรรมชาติของโลกตั้งแต่ปี  48-52 มีการขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี   ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจของจีนในเรื่องเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยหลักต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติ  เพราะฉะนั้นในปี 54 อาจจะเกิดความผันผวนในส่วนนี้ได้   อย่างไรก็ตามในปี 54 คาดว่าราคายางพาราของไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10%     เพราะฉะนั้นเห็นว่ายางพารายังเป็นพืชที่มีอนาคต  ซึ่งในกรณีของบริษัทได้ลดความเสี่ยงในเรื่องผลผลิตโดยไปปลูกยางในประเทศลาวประมาณ 2 แสนไร่

"ซึ่งจากการที่ไทยเป็นประเทศที่ผลิตรายใหญ่ทำให้ขณะนี้หลายประเทศสนใจเข้ามาติดต่อและเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้รับซื้อยางของไทยมากขึ้นและมีการติดต่อที่จะร่วมทุนทำธุรกิจผลิตสินค้าที่ทำจากยางพารามากกขึ้น โดยในการจัดงานครั้งได้มีการเจรจาธุรกิจและลงนามในข้อตกลงซื้อขายยางพาราร่วมกันเบื้องต้น 9 คู่ ธุรกิจมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 1.7 แสนล้านบาท"นายหลักชัยกล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน