posttoday
นักวิจัยต่างชาตเชื่อศก.ไทยปีหน้าโต4%

นักวิจัยต่างชาตเชื่อศก.ไทยปีหน้าโต4%

02 ธันวาคม 2553

เอ็นเอส รีเสิร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังโตได้ 4% ถ้าปราศจากปัญหาการเมือง ส่วนการส่งออกรัฐบาลต้องช่วยเรื่องคุณภาพและราคา คาดเศรษฐกิจยุโรปแย่ สหรัฐฯชะลอตัว

เอ็นเอส รีเสิร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังโตได้ 4% ถ้าปราศจากปัญหาการเมือง ส่วนการส่งออกรัฐบาลต้องช่วยเรื่องคุณภาพและราคา คาดเศรษฐกิจยุโรปแย่ สหรัฐฯชะลอตัว

นายแกรนท์ เบอร์โทลี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอ็นเอส รีเสิร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้ให้คำปรึกษาและข้อมูลการตลาด เปิดเผยว่า ตามที่ไอเอ็มเอฟ หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และรัฐบาลไทย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยหรือจีดีพีของประเทศจะเติบโตได้ราว 4% นั้นบริษัทเล็งเห็นว่ามีความเป็นไปได้หากไม่มีปัญหาทางการเมือง
 เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทยจะฟื้นตัว รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการศึกษา ปัจจุบันชาวต่างชาตินิยมเข้ามาศึกษาในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยหากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นการใช้จ่ายภายในประเทศก็จะเติบโต

สำหรับการส่งออกที่เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยนั้น ในปีหน้าหากประสบกับปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอีก รัฐบาลจะต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกทั้งในด้านของคุณภาพสินค้าและราคาที่แข่งขันได้ รวมไปถึงการมองหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดยุโรปที่มีแนวโน้มว่าจะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาก็จะชะลอตัวลงหรือมีอัตราการเติบโตอย่างช้าๆ

ทางด้านผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 328 คนทุกช่วงวัย ทั้งหญิงและชาย พบว่าผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมถึง 78% จึงส่งผลให้มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอนุรักษ์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 84% และผู้บริโภคยังมีความกังวลเรื่องสุขภาพถึง 51% ดังนั้นผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทุกคนหรือ 91% สนใจในผลิตภัณฑ์ออแกนิค หรือผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมี และจะดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อีกกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างหรือ 53% ยังนิยมรับประทานวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ

นายแกรนท์ กล่าวอีกว่า จากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม หรือ ซีเอสอาร์ อย่างต่อเนื่อง และสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม ความปลอดภัย จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยอีกว่า ผู้บริโภคทั่วไปต้องการความสะดวก สบาย และรวดเร็วในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การซื้อสินค้า จึงเป็นสาเหตุให้จำนวนร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลเว่น ในประเทศไทยมีจำนวนมากเป็นอันดับที่ 3 รองจาก ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้บริโภค 3 ใน 4 ยอมที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหากสามารถช่วยประหยัดเวลาได้

ทั้งนี้ แม้ว่าผู้บริโภคจะมีกังวลในเรื่องต่างๆ แต่ก็ยังมีมุมมองในเชิงบวกเกี่ยวกับความสุขในการใช้ชีวิต โดย 65% เชื่อว่าในปีหน้าจะมีความสุขมากขึ้น 48% เห็นว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะดีขึ้น และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 39% เห็นว่าสถานการณ์การเมืองจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมีแผนที่จะปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยตอบว่าจะลดการใช้จ่ายลง 72% ในปีหน้าและจะไม่จับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน