
คุมเข้มของปลอม
พาณิชย์เอกซเรย์พื้นที่สีแดง กันระบาดช่วงเทศกาลปีใหม่
โพสต์ทูเดย์
— พาณิชย์ สั่งกวาดล้างสินค้าละเมิดพื้นที่สีแดงรับเทศกาลคริสต์มาสปีใหม่ หลังของปลอมขายพรึบนายชาตรี ชินวุฒิ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ภาคเอกชน) เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และมีความเห็นร่วมกันที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขัน ดูแลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงฤดูหนาว เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ จะเข้มงวดการตรวจสอบในบริเวณพื้นที่สีแดงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์กันมาก เพราะช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย และมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาจำหน่าย ทั้งนาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงเทปผี ซีดีปลอม ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
ช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.ของทุกปี จะเป็นช่วงที่สินค้าขายดีที่สุด เพราะประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูการขายหรือไฮซีซัน ที่ช่วยดันยอดขายให้อุตสาหกรรมบันเทิง และอุตสาหกรรมทรัพย์สินทางปัญญามีเงินสะพัดหมุนเวียนเป็นพันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีกลุ่มผู้ค้าของปลอมในพื้นที่สีแดงกว่าพันรายได้เร่งนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน และมีเงินสะพัดรวมกันไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ดังนั้นหากไม่เข้มงวดจับกุม ผู้ขายของถูกกฎหมายจะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงต้นจะเร่งปราบปรามไปที่แหล่งค้าส่งรายใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงในกรุงเทพฯ อาทิ ตลาดบ้านหม้อ คลองถม สะพานเหล็ก ถนนสุขุมวิท ตลาดพัฒนพงษ์ และศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งภาคเอกชนร้องเรียนมาให้ดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังหรือพื้นที่สีเหลืองอีกจำนวนมาก ส่วนพื้นที่สีแดงในต่างจังหวัด เช่น หาดป่าตอง ถนนสองร้อยปี (สายสอง) จ.ภูเก็ต ตลาดไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้เพิ่มความชัดเจนในการกำหนดเป้าหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะคดีลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับงานคาราโอเกะและภาพยนตร์ โดยจะให้ตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ทุกคดี เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้เด็ดขาด ขณะเดียวกันยังได้รับรายงานการแจ้งเบาะแสการละเมิดเครื่องหมายการค้า แหล่งผลิต หรือสถานที่ขายสินค้านาฬิกา และเครื่องหนังจากพลเมืองดีแล้วหลายจุดผ่านโทร. 1368 ซึ่งจะมีการเร่งตรวจสอบเพื่อตามจับกุมต่อไป







