
3ธ.ค.เกษตรฯถกมท. แก้ปัญหาเช่าที่นาแพง
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรฯ เตรียมหารือมหาดไทย แก้ไขปัญหาค่าเช่าที่นาแพง วันที่ 3 ธ.ค.นี้นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ จะนัดหารือกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาค่าเช่าที่นาแพง ภายหลังเกษตรกรเข้าร้องเรียนต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของที่ดินขึ้นค่าเช่ามาก ภายหลังที่นายทุนแห่ขึ้นค่าเช่าจากราคาข้าวที่แพงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีปัญหาหาที่นาทำกินไม่ได้ การหารือกับ มท.เพราะ พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 รัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงเป็นผู้รักษาการ
“
ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลปัญหาการเช่าที่นาของชาวนาไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าการเช่าที่นาของชาวนาส่วนใหญ่ประมาณ 90% หรือ 1 ล้านครัวเรือน ไม่มีการทำสัญญาเช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือสัญญาเช่าไม่สมบูรณ์ มีการเลี่ยงโดยทำเป็นการจ้างดูแลนา เพราะกฎหมายมีการลงโทษแรงทั้งจำทั้งปรับและบอกเลิกสัญญายาก จึงเลี่ยงที่จะไม่ทำสัญญาตามกฎหมาย โดยไม่มีการระบุอัตราค่าเช่า จำนวนปีที่เช่า โดยขนาดเช่านาจะอยู่ระหว่าง 1060 ไร่/ครอบครัว และราคาค่าเช่าก็ขึ้นกับราคาข้าวเป็นหลัก ส่งผลทำให้เกษตรกรต้องยอมรับข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งผลจากการหารือจะมีการนำไปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันต่อไป รวมถึงอาจจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย” นายธีระ กล่าวสำหรับ ข้อมูลอัตราค่าเช่านาในปัจจุบันซึ่งพบตัวอย่างว่า ค่าเช่านาในจังหวัดอ่างทอง สุพรรบุรี และพิจิตร ที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.) กำหนดเป็น 1,218 บาท 1,500 บาท และ 1,000 บาท/ไร่ /ฤดูกาล ตามลำดับ แต่ในขณะที่อัตราค่าเช่าที่ดินที่เกษตรกรจ่ายจริง คือ 870
– 1,740 บาท 1,305 – 1,740 บาท 1,000 – 2,000 บาทบาท/ไร่ /ฤดูกาล ตามลำดับทั้ง นี้ ในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจึงสมควรดำเนินการใน เรื่องดังกล่าว 4 มาตรการหลัก คือ 1. กำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(คชก)ระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และ คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมระดับตำบล ซึ่งมีกำนันเป็นประธานให้มีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการเช่า ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 อย่างเคร่งครัด และ ให้มีการตรวจสอบการทำสัญญาเช่าอย่างถูกต้อง 2. รณรงค์ส่งเสริมเพื่อเผยแพร่ข่าวสารความรู้ด้านกฎหมายเช่านาให้เกษตรกรทราบ อย่างทั่วถึง โดยเน้นพื้นที่ที่มีการเช่านามาก เช่น ในเขตชลประทานภาคเหนือตอนล่าง และในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 3. ให้มีการศึกษาอัตราค่าเช่านาที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่โดยมีการตกลงร่วมกัน ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า และ 4. การแก้ไขกฎหมายอายุสัญญาเช่าที่นาให้มีความเหมาะสม และแก้ไขกฎหมายการกำหนดค่าเช่านา เพื่อให้สอดคล้องกับราคาข้าวในตลาดของแต่ละปีปัจจุบัน







