
ทิสโก้ชูจีนอินเดียรุ่งถึงปี’54
แนะช่วงท้ายปีเพิ่มพอร์ตลงทุน ลุยหุ้นเอเชียไทยอยู่ที่50:50
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.ทิสโก้ ชูภูมิภาคเอเชีย “จีนอินเดีย” แรงถึงปีหน้า แนะลงทุนช่วงท้ายปีเพิ่มพอร์ตหุ้นเอเชีย 50% หุ้นไทย 50% ลุ้นผลตอบแทนเพิ่มนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจในแถบภูมิภาคเอเชียยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดีย ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึง 8% โดยมีปัจจัยจากภาคการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
ขณะเดียวกันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเป็นแรงขับเคลื่อน เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม G3 อย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะเติบโตทางเศรษฐกิจช้ากว่าประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากยังเผชิญกับปัญหาการว่างงานและปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นภูมิภาคเอเชียจึงน่าสนใจในการลงทุนมากกว่า
นายสาห์รัช กล่าวว่า ในสิ้นปี บลจ.ทิสโก้ มองว่าการลงทุนหุ้นในเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในทุกภูมิภาคและมีการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดีย เป็น 2 ประเทศหลักที่มีความน่าสนใจ โอกาสที่หุ้นในแถบภูมิภาคดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นก็มีอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเร็วๆ นี้ บลจ.ทิสโก้ ได้คาดการณ์ว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ปีหน้า ของดัชนี MSCI Asia Pacific ex Japan จะอยู่ที่ประมาณ 1516 เท่า และมีส่วนต่างที่ขึ้นได้อีกประมาณ 1520% โดยเฉพาะหุ้นจีนมีโอกาสทำกำไรได้มากถึง 30% หากดัชนี HSCEI ปรับตัวขึ้นถึงเป้าหมายที่ 17,500 จุด จึงมองว่าโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียและจีนยังมีโอกาสทางการลงทุนที่ดีอยู่
สำหรับการเลือกลงทุนในช่วงส่งท้ายปีนี้ บลจ.ทิสโก้ จึงแนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นได้อาจเพิ่มการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นเอเชียมากขึ้น โดยแนะนำลงทุนหุ้นเอเชียและหุ้นในประเทศ ที่สัดส่วน 50:50 เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นและเป็นการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นไทย
“
การเลือกลงทุนหุ้นในประเทศกลุ่มเอเชีย เช่น จีน อินเดีย หากนักลงทุนรับความความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นไทยได้ ก็สามารถรับความเสี่ยงหุ้นเอเชียได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดยังในระดับที่ต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของหุ้นจึงนับว่าน่าสนใจกว่า ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจเอเชียปีหน้า ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง” นายสาห์รัช กล่าวปัจจุบัน บลจ.ทิสโก้มีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชีย 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น, กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า HShares อิควิตี้ ลงทุนในบริษัทชั้นนำประเทศจีนและกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า อินเดีย ดิวิเดนด์ ฟันด์ ลงทุนในหุ้นจีน และอินเดีย เป็นต้น







