posttoday
สนพ.เตรียมปรับแผนพีดีพีเป็นระยะ 20 ปี

สนพ.เตรียมปรับแผนพีดีพีเป็นระยะ 20 ปี

12 มกราคม 2553

โพสต์ทูเดย์- สนพ.ปรับแผนพีดีพีครั้งที่ 3 มองยาวกำหนดเป็นแผนระยะ  20 ปีจากเดิม 15 ปี มั่นใจไทยยังต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือก

โพสต์ทูเดย์- สนพ.ปรับแผนพีดีพีครั้งที่ 3 มองยาวกำหนดเป็นแผนระยะ  20 ปีจากเดิม 15 ปี มั่นใจไทยยังต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือก

นายเสมอใจ   ศุขสุเมฆ  ผู้อำนวยการส่วนไฟฟ้า สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ทางสนพ.จะสามารถประกาศแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) ซึ่งเป็นการทบทวนครั้งที่ 3 ได้ในปลายเดือนม.ค.นี้ โดยจะกำหนดเป็นแผนระยะ 20 ปี ตั้งแต่ 2553-2573  จากเดิมที่กำหนดเป็นแผน 15 ปี สิ้นสุดในปี 2564  เนื่องจากต้องการวางแผนการผลิตไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น ทำให้เห็นภาพความมั่นคงด้านพลังงาน

ทั้งนี้รายละเอียดของแผนพีดีพีส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนไปจากแผนเดิมมากนัก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่จะต้องเข้าระบบในปี2556-2558 เช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน  รวมทั้งโรงไฟฟ้าของเอกชน 4 ราย ต้องดำเนินไปตามแผนที่กำหนดไว้   ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จำนวน 2 แห่ง แห่งละ 1,000 เมกะวัตต์ ยังมีความจำเป็นต้องจัดเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า  โดยจะเริ่มเข้าระบบในปี 2563 และปี 2564

“การทบทวนแผนพีดีพีรอบนี้ จะกำหนดไว้เป็นแผน 20 ปี  ซึ่งยาวกว่าแผนเดิมก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้ 15 ปี  เพื่อให้เห็นภาพทิศทางพลังงานของประเทศในระยะไกล แต่จะมีการทบทวนแผนทุกๆปี ให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”นายเสมอใจ กล่าว

นายสมบูรณ์   อารยะสกุล  รองผู้ว่าการพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า แผนพีดีพีของประเทศยังต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์  เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงาน แม้ขณะนี้การจัดหาพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าจะมีปัญหาการทำความเข้าใจกับมวลชน ซึ่งต้องใช้เวลาในการให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง  เพราะไทยไม่สามารถพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติได้เพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดความเสี่ยงมากเกินไป 

อย่างไรก็ตามจะพยายามไม่เลื่อนโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท เข้าระบบ หลังจากที่เคยเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง  เพราะเป็นห่วงในเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศจะต้องสอดคล้องกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าด้วยเนื่องจากเศรษฐกิจ***สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่จ.นครราชสีมา  ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)  จะเสร็จภายในเดือนม.ค. และจะสามารถเปิดขายซองประกวดราคาให้เอกชนที่สนใจตั้งโรงไฟฟ้ากังหันลมได้ในเดือนก.พ.  นี้  ซึ่งยอมรับว่าการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในปัจจุบันต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะองค์กรเอกชน(เอ็นจีโอ) ที่ยังเป็นห่วงในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม   อย่างกรณีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมก็ยังถูกต่อต้านจากคนในพื้นที่  โดยให้เหตุผลว่าเกิดมลพิษทางเสียง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท