
กลต.ชี้กองทุนอินฟราฯลดเงินทุนสั้นจากตปท.
ก.ล.ต. คาดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยลดเงินทุนระยะสั้นจากต่างประเทศ
ก.ล.ต. คาดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยลดเงินทุนระยะสั้นจากต่างประเทศ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้สัมภาษณ์กับรายการ “Squawk Box Asia” ทางสถานี CNBC ที่ประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund) ว่า การจัดตั้งกองทุนรวมประเภทนี้จะช่วยชะลอความร้อนแรงของเงินทุนระยะสั้นจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยทำให้เงินทุนระยะสั้นเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนระยะยาวที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดภาระเงินลงทุนของภาครัฐและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานน่าจะได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากก.ล.ต.อนุญาตให้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสามารถลงทุนในโครงการ ที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว (brownfield project) และโครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างก่อสร้างหรือก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เริ่มมีรายได้เชิงพาณิชย์ (greenfield project) อีกด้วย นอกจากนี้กองทุนรวมดังกล่าวอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศบางรายที่ต้องการลดการถือครองสินทรัพย์สกุลเหรียญสหรัฐและหันมาลงทุนในประเทศเกิดใหม่มากยิ่งขึ้นหากผลตอบแทนน่าสนใจเพียงพอ
ก.ล.ต. เพิ่งอนุมัติหลักเกณฑ์การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และมีแผนที่จะสนับสนุนให้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถือ มีการกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือและสามารถคุ้มครองนักลงทุนได้ ซึ่งในระยะต่อไป ขึ้นอยู่ว่าภาคเอกชนจะมีความสนใจในการจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวเมื่อใด โดยคาดว่าเม็ดเงินลงทุน ในกองทุนรวมดังกล่าวจะมาจากทั้งภาครัฐและเอกชน
ในช่วงที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ในตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากและมีความผันผวน เคลื่อนย้ายรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของไทยสูงถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่นักลงทุนต่างประเทศมีความไม่มั่นใจต่อการแก้ไขปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์และความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มประเทศยุโรป โดยขนาดของเงินทุนไหลเข้าขึ้นอยู่กับคาดการณ์ของตลาดต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือไม่ อย่างไร
“การปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างประเทศแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความผันผวนให้เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ดีที่สุด คือพยายามเปลี่ยนเงินทุนระยะสั้นให้กลายเป็นเงินลงทุนระยะยาว จึงจะถือว่าเป็น win-win situation โดยตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทยสามารถดำเนินการได้ ซึ่งถือว่าเป็นทางออกที่ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ทางหนึ่ง” นายธีระชัย กล่าว







