
5ปีแห่ลงทุนกองทุนตลาดเงิน
ผลวิจัยชี้ทั้งระบบโตปีละ24% หมดภาษีท้าทายปลุกกองหุ้น
โพสต์ทูเดย์
— ผลวิจัยพบ 5 ปี กองทุนรวมตราสารหนี้เป็นแหล่งออมผู้ลงทุนสูง หวั่นภาษีหมดท้าทาย บลจ.กระตุ้นกองทุนหุ้นนายสรายุทธ์ นาทะพันธ์ สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยขยายตัวเฉลี่ย 24% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ต่อเงินฝากบุคคลธรรมดา เพิ่มขึ้นจาก 22% ในปี 2549 เป็น 35% ในสิ้นเดือน มิ.ย. 2553 โดยมี AUM จาก 9.1 แสนล้านบาท เป็น 1.54 ล้านล้านบาท
สะท้อนถึงการเป็นช่องทางการออม การลงทุนที่สำคัญของประเทศ
“
เดิม AUM ต่อเงินฝากบุคคลธรรมดาคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 แต่ผ่านไป 5 ปี ขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของเงินฝากบุคคลธรรมดาชี้ให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมองกองทุนรวมเป็นแหล่งออม” นายสรายุทธ์ กล่าวในการนำเสนอผลวิจัย “พัฒนาการของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย : โอกาสและความท้าทายในทศวรรษหน้า” ในงานสัมมนาเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทยปี 2553นอกจากนี้ พบว่ากองทุนรวมตราสารหนี้เติบโตสูงสุด มีสัดส่วนต่อ AUM ของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มจาก 70% ในปี 2549 เป็น 76% ณ เดือน มิ.ย. 2553 โดยโตจากกองทุนรวมตลาดเงินที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก ซึ่งมองว่าความเบี่ยงเบนของภาษีดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับเงินฝากที่ถูกหักภาษี มีส่วนทำให้เงินลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกองทุนนี้หรือไม่
สำหรับการลงทุนตราสารทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สวนทางกองทุนหุ้นทั่วไป โดยกองทุน LTF จากที่มีสัดส่วน 26% เพิ่มขึ้นเป็น 45% ของกองทุนหุ้นทั้งหมด จากปี 2549 มา ณ มิ.ย.2553 เนื่องจากนักลงทุนมองสิทธิประโยชน์ ของภาษีทำให้เงินไหลเข้าตลอดและ
เดือนก.ค.2552มิ.ย.2553 มี 12,899 ล้านบาท มากกว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ต้องลงทุนถึง55 ปี เงินไหลเข้า 560 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในอนาคต คือ จะให้นักลงทุนเห็นประโยชน์กองทุนตราสารทุนที่ไม่ได้สิทธิประโยชน์ภาษีได้อย่างไร รวมถึงให้เข้าถึงข้อมูลผลตอบแทน ค่าธรรมเนียมเทียบแต่ละกองทุนเพื่อให้เกิดการแข่งขัน จากปัจจุบันการตัดสินใจอยู่ที่ช่องทางจำหน่าย
สำหรับส่วนแบ่งการตลาดกระจุก อยู่ใน บลจ.กลุ่มธนาคาร เนื่องจากเข้าถึงลูกค้าและบริการครบวงจร ขณะที่ บลจ.นอกกลุ่มธนาคารเน้นกองทุนประเภทนวัตกรรมใหม่ๆ
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ปี 2554 โครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวมจะไม่ชูเรื่องภาษีเหมือนที่ผ่านมา เพราะนักลงทุนคุ้นกับการออมและลงทุน อีกทั้งพบว่าผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี นับจากวันที่ 19 พ.ย. 2553 กองทุนหุ้นไม่รวม LTF และ RMF หุ้นให้ผลตอบแทน 88.52% และสูงสุดให้ที่ 128% ขณะที่ดัชนีหุ้นเพิ่ม 50.59% ส่วน LTF เฉลี่ยอยู่ที่ 84.4% และ RMF หุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 87%







