
การเคหะฯท้ารบเอกชน
ปัดฝุ่น
‘เคหะชุมชน’ขายแข่ง ตั้งราคาล่อใจต่ำกว่า510%โพสต์ทูเดย์
— การเคหะฯ ปัดฝุ่นโครงการบ้าน “เคหะชุมชน” ในรอบ 10 ปี จับกลุ่มคนชั้นกลางบน เน้นขายต่ำกว่าเอกชน 510%นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงแผนในปีงบประมาณ 2554(ต.ค. 2553
–ก.ย. 2554) ว่า การเคหะฯ จะกลับมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้ชื่อ “เคหะชุมชน” อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้พัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้ชื่อดังกล่าวมากว่า 10 ปีเนื่องจากตั้งแต่ยุควิกฤตฟองสบู่ปี 2540 ตลอดจนในช่วง 56 ปีที่ผ่านมา ต้องเน้นหนักในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย ภายใต้ชื่อโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งถือเป็นโครงการพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล
ขณะที่โครงการเคหะชุมชนถือเป็นภารกิจหลักของการเคหะฯ โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางบน เจาะกลุ่มคนที่มีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า3 หมื่นบาท จะวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง 10 โครงการนับจากนี้รวมกว่า 2,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท ระดับราคาขายขึ้นอยู่กับทำเล แต่จะเน้นต่ำกว่าโครงการของเอกชน 510%
โครงการบางส่วนจะนำที่ดินของโครงการบ้านเอื้ออาทรมาพัฒนาต่อ โดยได้ทยอยเปิดตัวแล้ว 2 โครงการแรก คือ การ์เดน วิลล์ บางปู จำนวน 301 หน่วย ราคาขาย 1.64 ล้านบาท และโครงการกรีน เพลส ปากเกร็ด อาคารชุด 8 ชั้น 17 อาคาร จำนวน 2,209 หน่วย ราคา 5.05
– 6.46 แสนบาทนอกจากนี้ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 45 โครงการในเดือน ก.พ. 2554 บนทำเลร่มเกล้า ลำลูกกาวัดพระเงิน รังสิต คลอง 4 และสรงประภา โดยโครงการร่มเกล้าเป็นบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท ส่วนสรงประภาเป็นทาวน์เฮาส์ ราคา 1.81.9 ล้านบาท
ในอนาคตการเคหะฯ จะต้องมีรายได้จากโครงการเคหะชุมชนประมาณ 30% และรายได้จากการขายบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่ 70% จากเป้าหมายรายได้ต่อปีอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท แต่ในปีแรกคาดว่าจะมีรายได้จากโครงการเคหะชุมชน 10%
“
กคช.ต้องมีโครงการที่สร้างรายได้บ้าง เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องขายเท่าทุน” นายสุชาติ กล่าว






