posttoday
เลขาอังค์ถัดหนุนอาเซียนรวมตัวสร้างความแข็งแกร่งศก.

เลขาอังค์ถัดหนุนอาเซียนรวมตัวสร้างความแข็งแกร่งศก.

29 พฤศจิกายน 2553

"ศุภชัย" ประเมินเศรษฐโลกปี2554 โตแค่ 2-3% หนุนอาเซียนรวมตัวเป็นหนึ่งสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาค

"ศุภชัย" ประเมินเศรษฐโลกปี2554 โตแค่ 2-3% หนุนอาเซียนรวมตัวเป็นหนึ่งสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาค

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการสำนักงานการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ในงานมหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นานาชาติ” (TICEF) ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2554 อาจเติบโตแค่ 2-3% ลดลงจากปีนี้ที่ขยายตัว 3-4% เพราะมีปัจจัยเสี่ยงในหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯยังฟื้นตัวแบบเปราะบาง

ขณะที่ เศรษฐกิจยุโรปยังคงชะลอลง จากปัญหาหนี้สาธารณะที่ยังแก้ไขไม่สำเร็จ รวมถึงอาจเกิดฟองสบู่จากการที่มีเงินระยะสั้นไหลเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียมากขึ้น จนทำให้เกิดปัญหาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นในปีหน้า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรป จะเป็นตัวฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจของเอเชียจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้

ทั้งนี้เห็นด้วยกับการรวมกลุ่มของอาเซียน ที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น จนทำให้ทั่วโลกต้องหันมามอง โดยเฉพาะการประชุมสุดยอดเอเชีย ที่เรียกความสนใจจากทั่วโลกได้ แต่ไม่อยากให้รวมกันเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อยากเห็นการรวมกันในด้านอื่นๆ เช่น การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นต้น ซึ่งอาเซียนต้องรีบทำให้การรวมตัวกันประสบความสำเร็จ รวมถึงในกรอบอาเซียนบวก อาเซียนบวก6 และเอเปคด้วย แต่สิ่งที่ต้องระวังขณะนี้คือ ความพยายามของคนนอกกลุ่มที่จะทำให้อาเซียนไขว้เขวในการรวมตัวกัน

สำหรับปัญหาเงินทุนระยะสั้นที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจของเอเชียนั้น อังค์ถัดไม่เห็นด้วยกับการเก็งกำไรค่าเงิน เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก เพราะเงินร้อนเหล่านี้เป็นเงินที่ปั๊มขึ้นมา แต่ไม่รู้จะไปไหน เลยเข้ามาเก็งกำไรจำนวนมาก เมื่อได้กำไรแล้วก็เอาเงินออก แต่การที่เงินเข้ามามากๆทำให้ค่าเงินแข็งค่ามาก อย่างกรณีของค่าเงินบาท เห็นว่าค่าเงินบาทในตลาดแข็งค่ากว่าความเป็นจริงมาก

อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ควรกังวลกับเรื่องค่าเงินบาทแข็งมาก เพราะยังถือว่ามีประโยชน์ เช่น ทำให้ราคานำเข้าน้ำมันลดลง ราคาสินค้าลดลง และเงินเฟ้อลดลง แต่ควรปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำด้วย ส่วนฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาแต่อย่างใด

นายศุภชัย กล่าวว่า อังค์ถัดพร้อมสนับสนุนให้ทั่วโลกใช้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจแต่ละประเทศ เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดิมๆ เช่น เน้นในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ภาคบริการ อาจทำให้เศรษฐกิจแต่ละประเทศเติบโตช้า ดังนั้นจึงต้องหันมาเน้นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ด้วย เพราะเป็นการสร้างมูลค่าสินค้า และบริการที่เกิดจากความคิดของมนุษย์ เป็นการใช้องค์ความรู้ที่มีในท้องถิ่น สร้างสรรค์ผลงานให้เชื่อมโยงกับรากฐานทางวัฒนธรรม แต่ต้องทำให้คนในท้องถิ่นมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน