
ร้านกาแฟท้องถิ่นไม่ยอมแพ้ก็คือไม่แพ้
...ฐาปนา
...ฐาปนา
หากเอ่ยถึงชื่อของร้านกาแฟที่เป็นร้านประเภท “เชน” หรือร้านเครือข่ายที่ใหญ่ในระดับโลก คนส่วนใหญ่น่าจะนึกถึงสตาร์บัคส์ ที่ไม่ว่าจะบุกไปถึงตลาดไหน ก็ทำเอาร้านกาแฟอื่นๆ ในอยู่ในท้องถิ่นกระเจิง หรืออย่างน้อยก็หวาดหวั่นกันบ้าง
แต่ข่าวที่เอามานำเสนอกันในวันนี้ เป็นเรื่องของร้านกาแฟที่เป็น “เชนท้องถิ่น” และไม่หวั่นไหวที่จะต่อกรกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก
ร้านที่ว่านี้ มีชื่อว่าร้าน 85C ซึ่งเป็นร้านภายใต้การบริหารงานของบริษัท กรูเมต์ มาสเตอร์ ผู้ประกอบการร้านเครือข่ายกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน
ตอนนี้ร้าน 85C ของกรูเมต์ มาสเตอร์ เปิดให้บริการในไต้หวันแล้ว จำนวน 325 สาขา แซงหน้าสตาร์บัคส์ที่เพิ่งจะมีเพียง 231 สาขา และภายในปีนี้ สตาร์บัคส์ก็ยังจะต้องตามหลังต่อไป เพราะตามแผนที่วางไว้ในขณะนี้ สตาร์บัคส์ คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีสาขาเปิดให้บริการในไต้หวัน 235 สาขา ซึ่งก็ยังตามหลัง 85C อยู่เกือบร้อยสาขา
ไม่เพียงเท่านั้นผู้บริหารของ 85C ยังประกาศว่า จะบุกเข้าตลาดแดนมังกร ประเทศจีนอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อประกาศศักดาลุยกับสตาร์บัคส์ยักษ์ระดับโลกให้รู้ดำรู้แดงในตลาดคนจีน โดยมีเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีต่อจากนี้ 85C จะสามารถเปิดสาขาได้ถึง 1,000 แห่ง โดยจะเน้นการเปิดในเมืองใหญ่ๆ ของจีนเป็นหลัก และในขณะนี้ 85C ก็สามารถเปิดตลาดในจีนไปได้แล้ว 150 สาขา และคาดว่ากว่าจะสิ้นปีนี้ คงจะเปิดเพิ่มได้เป็น 170 สาขา
ในขณะที่สตาร์บัคส์เอง ก็เคยประกาศแผนการการขยายเครือข่ายในจีนเหมือนกัน โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเปิดให้ได้เป็นพันๆ สาขาด้วย เพราะเล็งเห็นแล้วว่า ตลาดเมืองจีนน่าจะมีศักยภาพสูงมากขึ้นเรื่อยๆ จากอัตรารายได้ของประชากรจีนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าดีๆ มากขึ้น และกาแฟสดก็เป็นหนึ่งในความต้องการนั้น
บริษัท คีย์ คอฟฟี อินช์ ผู้ค้ากาแฟคั่วรายใหญ่รายหนึ่งก็ตอกย้ำว่า จีนเป็นตลาดที่น่าสนใจจริงๆ โดยในขณะนี้ การบริโภคกาแฟสดต่อหัวของชาวจีนยังค่อนข้างต่ำอยู่ คือมีเพียง 22 กรัมต่อคนต่อปี เทียบกับตลาดที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่นนั้น ประชาชนมีอัตราการบริโภคกาแฟสดต่อหัวสูงถึง 3.3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขกันแล้ว ก็ทำให้ “กูรู” ด้านกาแฟต่างๆ เชื่อว่า เมื่อมองไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนแล้ว ก็เชื่อได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ความต้องการบริโภคกาแฟสดของจีนน่าจะมีโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างมหาศาล ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟเครือข่ายหลายรายต่างก็ต้องการไปปักหลักสร้างฐานที่มั่นในเมืองจีนกันเป็นแถว
ก็เลยไม่แปลกที่ทั้งสตาร์บัคส์ และ 85C ต่างก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้เหมือนกัน ดังนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายประกาศลุยจีนอย่างเต็มสูบทั้งคู่ ก็น่าจับตาดูว่า ใครจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน แต่เท่าที่เห็นมาแล้วก็คือ ในตลาดไต้หวันนั้น สตาร์บัคส์ยังเจาะยาง 85C ไม่แตก
เหตุผลที่ 85C สามารถต่อกรกับสตาร์บัคส์ได้ จะว่าไปแล้วก็เป็นกลยุทธ์ง่ายๆ นั่นคือ ทะลวงจุดอ่อนของคู่แข่ง และจุดอ่อนที่เห็นชัดจุดหนึ่งของสตาร์บัคส์ก็คือ เป็นร้านขายกาแฟที่ตั้งราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น 85C ก็ตัดสินใจตั้งราคาให้ต่ำกว่าสตาร์บัคส์ โดยเฉลี่ยแล้ว ราคาต่ำกว่าประมาณครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ทำให้ได้ใจลูกค้าไปมากโขอยู่
นอกจากนั้น 85C ยังเน้นเรื่องทำเลเป็นหลักด้วย โดยผู้บริหารของกรูเมต์ มาสเตอร์ บอกว่า เล็งทำเลที่มีคนเดินมากๆ โดยเฉพาะทำเลหัวมุมถนน และตอนนี้ร้านสาขาประมาณ 60% ของ 85C ก็เป็นร้านอยู่หัวมุมถนนได้จริงๆ ตามนโยบาย
ด้านนักวิเคราะห์การเงินจากบริษัท แกรนด์ คาเธ่ย์ อินเวสต์เมนต์ เซอร์วิสเซส คอร์ป บอกว่า จะว่าไปแล้ว หากเปรียบเทียบกันระหว่าง 85C ของกรูเมต์ มาสเตอร์มีข้อได้เปรียบร้านเครือข่ายจากต่างประเทศ เพราะภาพลักษณ์ของแบรนด์ 85C ดีกว่า เนื่องจากมีความเป็นไต้หวัน เจ้าของก็เป็นคนไต้หวัน ทำให้ได้ใจผู้บริโภค นอกจากนั้น กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้ ก็เป็นตัวช่วยให้สามารถดึงลูกค้าคนจีนได้เป็นอย่างดี
และจุดแข็งของกรูเมต์ มาสเตอร์ในไต้หวันนี้ ก็น่าจะเป็นจุดแข็งที่สามารถสร้างให้เห็นได้ในจีนด้วยเหมือนกัน ทั้งภาพลักษณ์ของความเป็นร้านของคนจีนด้วยกัน และการเป็นร้านที่ตั้งราคาได้ดึงดูด
จุดเด่นอื่นๆ ของ 85C ก็ยังมีอีก เช่น นอกจากกาแฟดีๆ แล้ว ยังมีเบเกอรีอบสดใหม่ๆ คอยให้บริการรับประทานแกล้มกับกาแฟหอมกรุ่น และที่สำคัญยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
การไม่ยอมแพ้ของ 85C ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า แม้ในหลายๆ กิจการ จะมียักษ์ใหญ่ระดับโลกลงมาบุกตลาด แต่หากผู้ประกอบการท้องถิ่นปักหลักสู้ ก็สามารถสู้ได้ ด้วยการสร้างจุดแข็งที่โดดเด่นของตัวเอง
หากตั้งใจว่าไม่ยอมแพ้เสียอย่าง ด้วยกำลังใจ บวกกับกลยุทธ์ที่ได้ใจผู้บริโภคมากกว่า คำว่าแพ้ ก็คงต้องถอยห่างออกไปก่อนนั่นเอง







