posttoday
วงการสื่อสารการตลาดคึกปี'54 งบรัฐ-เลือกตั้งสะพัด

วงการสื่อสารการตลาดคึกปี'54 งบรัฐ-เลือกตั้งสะพัด

29 พฤศจิกายน 2553

แม้หลายฝ่ายจะออกมาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะเติบโต 44.5% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีนี้ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาค่าเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่คลี่คลายและลุกลามไปในประเทศอื่นๆ ในยุโรป

แต่สำหรับภาคเอกชนไทยโดยเฉพาะในแวดวงสื่อสารการตลาด โฆษณาและอีเวนต์ มองว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ภาคธุรกิจกลับมาคึกคักมากขึ้น และอาจจะเติบโตได้มากกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจทั้งหลายคาดการณ์ไว้ เพราะดูอย่างปีนี้แม้จะเกิดเหตุจลาจลที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์กลางเมือง เกิดน้ำท่วมหนัก แต่อัตราเติบโตเศรษฐกิจของไทยยังเป็นตัวเลขที่สูง

ชัยประนิน วิสุทธิผล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้ภาคธุรกิจโฆษณารวมทั้งนักการตลาด เจ้าของสินค้า มองปี 2554 เป็นบวกและอาจเติบโตได้มากกว่าปีนี้ เนื่องจากคาดว่าจะมีการเลือกตั้งซึ่งจะทำให้มีการใช้เงินจากภาครัฐ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของกระทรวงต่างๆ และทำให้มีเม็ดเงินสะพัดเข้ามาในตลาดมากขึ้น

ประกอบกับในส่วนธุรกิจโฆษณา มีสื่อใหม่ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้นักการตลาดมากขึ้นในปีหน้า ทั้งเคเบิล ทีวีดาวเทียมและอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย ทำให้เจ้าของสินค้าจัดสรรงบประมาณในการลงทุนด้านโฆษณาคึกคักขึ้นในสื่อต่างๆ

สำหรับปีนี้ธุรกิจโฆษณาคาดจะขยายตัวกว่า 10% หรือมีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายจะโตกว่าไตรมาสอื่นๆ แม้จะชะลอตัวในช่วงฝนตก น้ำท่วมบ้าง

“ตอนนี้วงการโฆษณามองเป็นบวก แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการเมือง ซึ่งอาจจะสร้างความรุนแรงได้ แต่ถ้าไม่เกิดเหตุดังกล่าว ทำไมเราจะโตมากกว่าปีนี้ไม่ได้” ชัยประนิน กล่าว

ด้านเกรียงไกร กาญจนะโภคิน นายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (อีเวนต์) กล่าวว่า ธุรกิจอีเวนต์ได้รับอานิสงส์จากงบประมาณของภาครัฐตั้งแต่ปีนี้แล้ว โดยเฉพาะไตรมาส 3 และ 4 ทำให้สัดส่วนงานอีเวนต์ภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 3035% จากปกติมีสัดส่วน 20% ของงบอีเวนต์รวมปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท และปีหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก

“ปีหน้าเป็นปีที่คาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นงบประมาณที่กระทรวงต่างๆ จะใช้เพื่อโปรโมตผลงานน่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งทุกวันนี้การใช้งบของหน่วยงานรัฐกับการแสดงผลงานของรัฐมนตรี ถือเป็นงบก้อนเดียวกัน ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจอีเวนต์ในประเทศโดยตรง” เกรียงไกร กล่าว

นอกจากนี้ ปีหน้าจะเป็นปีพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ หรือ 84 พรรษา เชื่อว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในปีหน้านอกจากงบลงทุนของภาครัฐมูลค่า 5 แสนล้านบาท ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะค่ายใหญ่มีแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการเติบโตในประเทศ รวมทั้งเป็นการแสวงหาโอกาสจากภายนอกประเทศด้วย เช่น 2 ยักษ์ใหญ่ บริษัท ปตท. กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย

กานต์ ตระกูลฮุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทจะเพิ่มการลงทุนโดยเฉพาะในส่วนวิจัยและพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูง ใช้งบกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Eco Value ซึ่งปีนี้สร้างยอดขายราว 3.2 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะทำยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนด้านการสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง เพราะหากลงทุนสร้างสินค้านวัตกรรมใหม่แต่ไม่ใส่ใจเรื่องสร้างแบรนด์ จะไม่ช่วยเพิ่มมูลค่าได้ ซึ่งปีที่ผ่านมากลุ่มเอสซีจี เปเปอร์ ได้ลงทุนด้านการสร้างแบรนด์อย่างมาก และจะทำต่อเนื่องในปีหน้าด้วย

นี่คือตัวอย่างของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของประเทศไทยในปีหน้า และเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีผลต่อการผลักดันการบริโภคในประเทศให้เติบโต และเป็นดัชนีชี้วัดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ แต่ทั้งหมดมีวงเล็บยกเว้นปัจจัยเสี่ยงด้านการเมืองซึ่งยากจะคาดเดา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท