
โอกาสของ... ธุรกิจท่องเที่ยว
...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ไปร่วมงานมหกรรม Money Expo 2010 ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยนิตยสารการเงินธนาคาร เป็นครั้งที่ 5 นั่นหมายความว่า จัดงานมา 5 ปีติดต่อกันอย่างยาวนาน
ภายในงานได้เห็นการตกแต่งบูธของแต่ละสถาบันการเงินแล้ว ต้องบอกว่าฉูดฉาดสวยงามไม่แพ้กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภคหรือกลุ่มธุรกิจไอทีเลย สีสันหลากหลาย กิจกรรมมากมาย และมีโปรโมชันทางการเงินที่น่าสนใจมาดึงดูดให้คนเชียงใหม่ได้เลือกใช้บริการ
แปลกแต่จริง...ทุกธนาคารที่มาร่วมงานต่างมีสาขาอยู่ในเชียงใหม่รวมกันเกือบ 200 แห่ง ธุรกิจธุรกรรมการเงินก็รู้ๆ กันอยู่ แต่พอมีการจัดงานใหญ่ๆ ใส่สีสันกิจกรรมสนุกสนาน แล้วจัดโปรโมชันลด แลก แจก แถม ให้ดูแตกต่างกว่ายามปกติเข้าไป...เป็นเรื่องเลยครับ ผู้คนไม่รู้หลั่งไหลมาจากที่ไหน แห่แหนร่วมงานและยื่นใช้บริการทั้งเงินกู้และเงินฝากรวมๆ กันหลายพันหลายหมื่นล้านในช่วงเวลาแค่ 3 วัน
นี่ก็แสดงว่าโดยพฤติกรรมของผู้บริโภคยังสามารถถูกกระตุ้นเร่งกำลังซื้อได้ทันทีเมื่อมีสิ่งเร้าที่ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษกว่าปกติ และสิ่งที่ยังทรงอิทธิพลต่อความรู้สึกดังว่านั่นก็คือ...โปรโมชัน...หรือการส่งเสริมการตลาด...นั่นเอง
ขนาดเรื่องเงินๆ ทองๆ ยังต้องโปรโมชัน ฉะนั้นธุรกิจอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทางเลือกมีมากขึ้น การแข่งขันทางธุรกิจไม่มีใครเกรงใจใคร ใครขืนอยู่เฉยๆ ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านก่อนกำหนด กลยุทธ์โปรโมชันจึงยังมีมนต์ขลังไม่สร่างซา
เพียงแต่ใครจะมีไอเดียจัดโปรโมชันได้แตกต่าง โดดเด่น และโดนใจมากกว่ากัน ตรงนั้นที่จะเป็นคำตอบสุดท้ายในการสร้างยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
พูดถึงเชียงใหม่ก็ต้องพูดถึงเรื่อง...ท่องเที่ยว เชียงใหม่วันนี้ไม่เหมือนเชียงใหม่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาที่สามารถขายตัวมันเองโดยลำพัง แหล่งท่องเที่ยวหลักหมดแรงดึงดูด แหล่งค้าขายหลักนับหัวคนได้ จึงมีความจำเป็นเหลือเกินที่ต้องอัดฉีดกิจกรรมหรือโปรโมชันแรงๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติให้กลับมาเที่ยวเหมือนในอดีต ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการที่ลงทุนไปมากมายจะยืนตายอย่างน่าสงสาร
ตัวอย่างเช่น เมื่อสัปดาห์ก่อนมีการจัดงานแต่งงานหมู่ของชาวอินเดียกว่า 1,000 คน โดยเดินทางด้วยเครื่องบินแบบเหมาลำ 3 ลำ มาจัดที่เชียงใหม่ สร้างบรรยากาศคึกคักให้กับโรงแรมและร้านขายของที่ระลึกอย่างน่าชื่นใจ กิจกรรมแบบนี้ไม่ได้มาเองโดยธรรมชาติ แต่มีคนยื่นมือดึงอีเวนต์นี้มาลงที่เชียงใหม่
ขณะนี้เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน ห้วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวและพักผ่อน 3 เดือนแห่งความหวังของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต่างรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ ทุกจังหวัดทั่วไทยต่างหมายมั่นจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก
แต่น่าเสียดาย...เรายังไม่เห็นบทบาทการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะออกมาเป็นหัวจักรจัดกิจกรรมหรือโปรโมชันแรงๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันนี้
ธุรกิจท่องเที่ยวแสนจะอาภัพ ทั้งปีมีแต่เรื่องร้ายๆ เดือดร้อนเจ็บปวดตั้งแต่ปิดสนามบิน ชุมนุมทางการเมือง แล้วมาเจอเรื่องน้ำท่วมหนักอีกระลอก ใครอยู่ได้ถึงสิ้นปีนี้นับว่าเก่งเกินตัว ความหวังเดียวที่จะรักษาธุรกิจให้อยู่รอดถึงปีหน้า คือ ช่วงเวลาไฮซีซันนี้เท่านั้น
รัฐบาลต้องระดมทุกสรรพกำลังอัดฉีดเร่งเครื่องกระตุ้นท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างรุนแรง ต้องออกแรงมากกว่าทุกๆ ปี จะเล่นเป็นเรื่องๆ เป็นกิจกรรมๆ หรือจะปูพรมทั้งประเทศ ต้องทำกันจริงๆ ได้แล้ว
อย่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรมเลยครับ
จีนเขาจัดเซี่ยงไฮ้ เอ็กซ์โป ล่าสุดก็กว่างโจวเกมส์ ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าประเทศมากมาย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล ภาครัฐทำงานเข้มแข็ง ภาคเอกชนร่วมมือเข้มข้น ผลประโยชน์สู่ประเทศชาตินับไม่ถ้วน
ตัวอย่างง่ายๆ มีให้เห็นชัดเจน ไม่ต้องบินไปดูงานไกลถึงอเมริกาหรือยุโรปก็ได้
ฤๅว่า...งานนี้ต้องเปลี่ยนคนรับผิดชอบเรื่องการท่องเที่ยวเสียก่อน
ประเทศไทยจึงจะ Amazing Thailand...







