
ธีระสั่งคุมเข้มไทยเข้มแข็งเกษตรฯ
โพสต์ทูเดย์ - ธีระยืนยันโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงเกษตรฯโปร่งใส ลั่นหากมีปัญหาต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก
โพสต์ทูเดย์ - ธีระยืนยันโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงเกษตรฯโปร่งใส ลั่นหากมีปัญหาต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวถึงโครงการตามแผนไทยเข้มเข็งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯว่า งบประมาณในปี 53-54 กระทรวงการคลังได้อนุมัติมาแล้ว 38,000 ล้านบาท จากงบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯได้รับปี 53 จำนวน 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการที่ได้รับอนุมัติส่วนใหญ่เป็นโครงการของกรมชลประทานที่ประชาชนร้องขอมาให้เข้าไปช่วยพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแทบทั้งสิ้นและผ่านการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการโครงการแล้วทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดดำเนินการไปแล้วกว่า 30% และยืนยันว่ามีการดำเนินการอย่างโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกโครงการดำเนินการอย่างโปร่งใส มีการประกาศให้ทราบในการดำเนินการทุกขั้นตอนตั้งเริ่มให้เอกชนเข้าร่วมประกวดราคา และประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าในจังหวัดจะมีโครงการใดของโครงการไทยเข็มแข็งมาลง ในส่วนของราคากลางตามประกาศของกรมชลฯ นักวิศวทั้งประเทศ ก็สามารถประเมินราคาได้เพื่อเทียบกับราคาของกรมชลฯได้ หากพบว่าราคากลางของกรมชลฯสูงเกินจริงก็สามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลาเพราะยืนยันได้ว่า ราคากลางที่กรมชลฯเสนอนั้นเป็นราคาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
"หากพบเรื่องร้องเรียนหรือทุจริตจะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อโครงการนั้น ทุกโครงการและผมก็บอกแล้วผู้รับผิดชอบโครงการหากมีปัญหาต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งในส่วนงบประมาณที่เหลืออีกแสนกว่าล้านบาท นั้นโครงการมีอยู่แล้ว ซึ่งจะมีการเสนอของบในคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาต่อไป หากโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจก็พร้อมที่จะชี้แจง ทุกโครงการอย่างละเอียดเพราะดำเนินการอย่างโปร่งใส ทุกขั้นตอน"นายธีระกล่าว
นายธีระกล่าวว่าทุกโครงการของกรมชลประทานมีแผนงานรองรับ หมดแล้ว มีรายละเอียดอย่างชัดเจนและพร้อมที่จะลงมือก่อสร้างได้ทันที เนื่องจากเป็นโครงการที่กรมชลฯสำรวจไว้นานแล้วตามความต้องการของประชาชนและศักยภาพของพื้นที่ด้วย ซึ่งหากโครงการไหนยังไม่มีแผนรายละเอียดที่ชัดเจนก็จะไม่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการติดตามงบไทยเข็มแข็งที่มีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน ซึ่งได้สั่งการให้มีการประชุมในวันที่ 19 ม.ค. 53 เพื่อติดตามโครงการ รวมทั้งจะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานทั้งประเทศมาร่วมหารือด้วย







