posttoday
ดุสิต ห่วงการเมืองตัวฉุดเศรษฐกิจไทย

ดุสิต ห่วงการเมืองตัวฉุดเศรษฐกิจไทย

27 พฤศจิกายน 2553

ดุสิต ห่วงการเมืองตัวฉุดเศรษฐกิจไทย แต่ไม่หวั่นยกหอการค้าไทยเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและสังคม ชู 5 ประเด็นร่วมขับเคลื่อนไปข้างหน้า

ดุสิต ห่วงการเมืองตัวฉุดเศรษฐกิจไทย แต่ไม่หวั่นยกหอการค้าไทยเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและสังคม ชู 5 ประเด็นร่วมขับเคลื่อนไปข้างหน้า

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยในการเปิดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28  ที่จ.ขอนแก่น ภายใต้หัวข้อ “ก้าวไปข้างหน้าอย่างผู้นำ” ว่า ภาคเอกชนพร้อมมีบทบาทในการเป็นผู้นำพัฒนาประเทศ แต่ยอมรับว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่มีความเป็นห่วง โดยเฉพาะปัจจัยการเมือง อัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาเศรษฐกิจโลก โดยปัญหาการเมืองมองว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะการประกาศผลตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์วันที่ 30 พ.ย. และการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในอนาคต อาจส่งผลกระทบบ้าง แต่หากไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังเติบโตไม่ต่ำกว่า 4-5% ซึ่งเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่หากมีเหตุการณ์การเมืองกระทบรุนแรงก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำลงกว่านี้ได้

ทั้งนี้ แม้จะมีปัญหาการเมืองเข้ามากระทบ แต่ในบทบาทของภาคเอกชน หอการค้าไทยต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย ส่วนหนึ่งจะต้องมาจากการสร้างแบรนด์ที่มีจุดยืน คือการทำงานเชิงรุก สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอย่างมีพลัง ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์หอการค้าไทยได้ และการขับเคลื่อนไปข้างหน้าจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน โดยมีงานที่รอความร่วมมือเพื่อการขับเคลื่อนไปข้างหน้า 5 ด้าน ได้แก่ 1.งานยุทธศาสตร์ประเทศไทย มีการจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแล้ว 5 ภูมิภาค 18 กลุ่มจังหวัด แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดประกายให้ทุกภาคส่วนตื่นตัว

2.งานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแตกแยก ของคนในประเทศ ที่ผ่านมามีการจัดทำโครงการ 1 ไร่ 1 แสน และโครงการ 1 บริษัท 1 ชุมชน 3.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง จากที่สถาบันการพัฒนาบริหารจัดการ (ไอเอ็มดี) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ จัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยลดลงในปีนี้มาอยู่ที่อันดับ 46 จากปีก่อนอยู่ที่ 42 ขณะที่ 2 ปีที่แล้วไทยอยู่อันดับ 39 ขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย มีการพัฒนาดีขึ้น แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ในประเทศมีแต่ทะเลาะกัน ทำให้ไทยยืนอยู่กับที่ ซึ่งเท่ากับถอยหลัง

4.งานด้านการค้าชายแดน เป็นอีกตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลง  เพราะหากภาคเอกชนยึดแต่ตลาดส่งออกหลักของประเทศว่าเป็นสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ถือเป็นการกำหนดทิศทางที่ผิด แต่จริงๆแล้วตลาดสำคัญของไทยอยู่ในกลุ่มอาเซียน จะเห็นได้ว่าสัดส่วนการส่งออกในตลาดอาเซียนเติบโตมากสุด 24% ขณะที่ 3 ตลาดหลักมีสัดส่วนการส่งออกแค่ 15% เท่านั้น และยิ่งเมื่อดูมูลค่าการค้าชายแดนแล้วจะพบว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 5% เมื่อ 2 ปีก่อน เพิ่มเป็น 18% ในปัจจุบัน และเชื่อว่าปีหน้ามูลค่าการส่งออกจะไม่ต่ำกว่า 10% และ5.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่จะต้องผลักดันให้สังคมไทยกล้าปฏิเสธการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งหมดนี้หากทุกฝ่ายร่วมมือจะทำให้หอการค้าไทยเติบโตอย่างเป็นผู้นำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท