
เผยผลกระทบจากเกาหลี ไอร์แลนด์กดดันบาทอ่อน
“ทหารไทย”เผยผลกระทบจากเกาหลี ไอร์แลนด์ กดดัน“บาท”อ่อนช่วงสั้นๆ ต้นปีหน้าแข็งต่อ
“ทหารไทย”เผยผลกระทบจากเกาหลี ไอร์แลนด์ กดดัน“บาท”อ่อนช่วงสั้นๆ ต้นปีหน้าแข็งต่อ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 29.8 – 30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ตามการไหลออก ของเงินทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นผลจากความเสี่ยงของวิกฤตการคลังในสหภาพยุโรปที่กลับมากดดันตลาดอีกครั้งจากการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของรัฐบาลไอร์แลนด์ และความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตามคาดว่าอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้เป็นเพียงทิศทางระยะสั้น และเงินบาทจะมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้าจากการไหลกลับของเงินทุน
หากพิจารณาแนวโน้มระยะยาวของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี 2542 ที่หลังจากการลอยตัวค่าเงิน เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่านับตั้งแต่ปี 2544 เพียงแต่ระหว่างทางนั้น ก็มีความผันผวนแข็งอ่อนไปบ้างตามธรรมชาติของอัตราแลกเปลี่ยน การเร่งตัวของการแข็งค่าของบาทเริ่มเห็นตั้งแต่ปี 2549 ทำให้ในปลายปีนั้น ธปท. ต้องออกมาตรการค่อนข้างแรงเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้น โดยมาตรการใช้ได้ผลในช่วงเวลาสั้นๆ
ทั้งนี้ เมื่อดูตามแรงส่งของแนวโน้มเงินบาทที่ผ่านมา ปัจจุบันบาทก็อาจแข็งค่ากว่าระดับ 29 บาทได้หากในปี 2551 ไม่เกิดเหตุการณ์ซับไพรม์ขึ้น ในรอบที่ผ่านมาการแข็งค่าของบาทและหลายสกุลในเอเชียจึงเป็นผลจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า และการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีกว่าของภูมิภาคเทียบกับกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมสำคัญ และการแข็งค่าดังกล่าวยังมีแนวโน้มต่อเนื่องไปในปี 2554 จากปัจจัยเดิมๆ รวมถึงการใช้นโยบายพิมพ์เงิน (Quantitative Easing) เพื่อสร้างสภาพคล่องในสหรัฐและญี่ปุ่น และค่าเงินหยวนของจีน ที่อยู่ในทิศทางแข็งค่าขึ้น







