posttoday

ไทยเร่งขยายตลาดส่งออกยาง รองรับดีมานด์ถุงมือแพทย์ช่วงโควิด-19

14 เมษายน 2563

เอฟทีเอดันส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไทยพุ่ง สวนวิกฤตโควิด-19 สั่ง ‘กรมเจรจาฯ’ ชี้ช่องผู้ประกอบการใช้ประโยชน์เจาะตลาดโลก ถุงมือยางเพื่อการแพทย์ หลัง2เดือนแรกยอดส่งออกพุ่ง1,969 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายวีรศักดิ์  หวังศุภกิจโกศล  รมช.กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เร่งศึกษาข้อมูลช่องทางขยายตลาดส่งออกยางของไทย โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกให้ผู้ประกอบการไทย ในช่วงวิกฤตโควิด-19  แม้ว่าหลายประเทศปิดโรงงานผลิตหรือชะลอการผลิตรถยนต์ ทำให้ความต้องการยางลดลงด้วย แต่สำหรับยางไทยยังมีโอกาสขยายส่งออกได้ เนื่องจากพบว่าทั่วโลกมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันไวรัสเพิ่มมากขึ้น อาทิ ถุงมือยาง ยางสังเคราะห์ที่ใช้ทำถุงมือยาง

ทั้งนี้ได้รับรายงานว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูปของไทยไปตลาดโลกขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความตกลงการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้า ซึ่งช่วยให้สามารถขยายการส่งออกสินค้าได้มากขึ้น

ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง และยางแปรรูปในลักษณะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น ยางล้อรถยนต์ ถุงมือยาง ยางยืด ยางรัดของ และยางสังเคราะห์ เป็นต้น ไปตลาดโลกมีมูลค่า 1,969 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับเอฟทีเอถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของไทยขยายตัว เนื่องจากสินค้าไทยไม่ถูกเก็บภาษีศุลกากรในประเทศผู้นำเข้า โดยปัจจุบันไทยมีเอฟทีเอ 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ ซึ่งมี 14 ประเทศ ไม่เก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางส่งออกจากไทยแล้ว ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู และฮ่องกง ยังเหลืออีก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อินเดีย และชิลี ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางบางรายการจากไทย เช่น จีน เก็บภาษียางสังเคราะห์ อัตรา 5%  เกาหลีใต้ เก็บภาษียางสังเคราะห์ อัตรา 5% อินเดีย เก็บภาษียางนอกชนิดที่ใช้กับรถยนต์นั่ง และของที่ทำด้วยยาง เช่น rubber band อัตรา 5% และชิลี เก็บภาษียางนอกชนิดที่ใช้กับรถยนต์นั่งและรถบัสอัตรา1.32% เป็นต้น

สำหรับในปี 2562 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไปประเทศคู่เอฟทีเอ มูลค่า 5,143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 46%  ของการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางทั้งหมดของไทย เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไทยไปตลาดโลก ในปี 2562 กับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนจะมีผลใช้บังคับ พบว่าไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไปตลาดโลก เพิ่มสูงขึ้นถึง 2,981% และส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางไปประเทศคู่เอฟทีเอ ขยายตัวถึง 5,970 %ซึ่งหากแยกรายตลาด พบว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอเพิ่มขึ้นทุกตลาด (เว้นฮ่องกงที่เพิ่งเริ่มใช้บังคับมิถุนายน 2562) โดยอาเซียนขยายตัวสูงสุดถึง 5,674 %รองลงมา จีน ขยายตัว 2,721%  นิวซีแลนด์ ขยายตัว 706% และเกาหลีใต้ ขยายตัว 574 %สอดคล้องกับสถิติที่พบว่าผลิตภัณฑ์ยางเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเป็นอันดับต้น

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 ไทยครองตำแหน่งผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง และยางแปรรูป เป็นอันดับที่ 4 ของโลก (รองจาก จีน เยอรมนี และสหรัฐฯ) โดยส่งออกไปทั่วโลก มีมูลค่า 11,238 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2%  จากปี 2561 ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย โดยแบ่งเป็นประเภท อาทิ ยางยานพาหนะ สัดส่วน 51 % (ของการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของไทย) ยางสังเคราะห์ สัดส่วน 19 %และถุงมือยาง สัดส่วน 11%

ข่าวล่าสุด

"เครนถล่ม" ถนนพระราม 2ไฟไหม้ซ้ำ! คาดสาเหตุน้ำมันรั่วไหล