
ดันสุวรรณภูมิเชื่อมท่องเที่ยวดึงจีนเข้าไทย
โพสต์ทูเดย์
— “คมนาคม” โหมโปรโมตส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอากาศไทยจีนนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการเปิดการสัมมนาส่งเสริมการเดินทางโดยการขนส่งทางอากาศมายังประเทศไทยว่า ไทยพร้อมเปิดน่านฟ้าเสรีไทยจีนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยโดยรัฐต่อรัฐ มีข้อตกลงที่อนุมัติบริการแบบไม่จำกัดของสายการบินต่างๆ ปราศจากข้อจำกัดเรื่องความถี่ของเที่ยวบินหรือชนิดของเครื่องบิน ทั้งด้านขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยง่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะโปรโมตและจัดทำเรื่องโครงข่ายคมนาคมเพื่อเผยแพร่ให้บริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวชาวจีนรับทราบ ว่าหากเดินทางมาเป็นกลุ่มหรือมาเดี่ยวก็สามารถเดินทางไปยังที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง และต้องการให้รัฐบาลจีนอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวไทยในการเดินทางไปจีนด้วย โดยเฉพาะเรื่องการขอวีซ่า ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“
สิ่งสำคัญที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องพัฒนาคือ ความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อการเดินทางและสินค้า ซึ่งอยู่ระหว่างขยายความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60 ล้านคน และ 100 ล้านคน ในอนาคต” นายสุพจน์ กล่าวสำหรับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมจากสุวรรณภูมิไปยังที่อื่นๆ อาทิ รถแท็กซี่ หรือแอร์พอร์ตลีมูซีนที่มีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แอร์พอร์ตเอกซ์เพรสเป็นรถโดยสารประจำทางจากสนามบินไปยังจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ และมีการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 2 สาย ที่เปิดให้บริการไปแล้ว
ด้านการเดินทางไปต่างจังหวัดสามารถต่อเครื่องบินภายในประเทศ หรือใช้บริการรถโดยสารประจำทางของ บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) ฯลฯ
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า ปีนี้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารเกือบเต็มขีดความสามารถคือ 45 ล้านคน จากรองรับปีนี้ได้ถึง 43 ล้านคน คาดว่าในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท. จะมีการหารือและแต่งตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจในเดือนเม.ย.54 เพื่อดำเนินการในการร่างทีโออาร์ประกาศประกวดราคาหาผู้รับเหมา
ในส่วนของการประชุมบอร์ดวันที่ 24 พ.ย.คาดว่าจะมีการรายงานเรื่องผลการดำเนินการเรื่องโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (รทส.) ที่ขาดทุนว่า หากฝ่ายนโยบายต้องการหาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการโรงแรมสามารถทำได้ เพราะเรื่องนี้กระทรวงคมนาคมเป็นควบคุมดูแล แต่ทอท.เป็นเพียงผู้ถือหุ้นใหญ่ หากฝ่ายนโยบายให้ดำเนินการอะไรก็ต้องรับไปทำ นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลา 4 เดือน เนื่องจากตนจะหมดวาระการทำงานในวันที่ 31 มี.ค.54







