
สมคิด หนุนคลังรื้อภาษีหารายได้
"สมคิด"จี้รัฐจัดบริหารจัดการงบประมาณ หนุนคลังรื้อภาษีหารายได้อุดสวัสดิการสังคม แนะเพิ่มลงทุนเทคโนโลยี ชี้ไทยตกขบวนประเทศน่าลงทุน
"สมคิด"จี้รัฐจัดบริหารจัดการงบประมาณ หนุนคลังรื้อภาษีหารายได้อุดสวัสดิการสังคม แนะเพิ่มลงทุนเทคโนโลยี ชี้ไทยตกขบวนประเทศน่าลงทุน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถา “พลิกประเทศไทยเพื่ออนาคต” ว่า ประเทศไทยยังมีการพัฒนาที่ล้าหลังกว่าหลายประเทศ ในขณะที่หลายประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น มาเลเซียประชากรมีรายได้ต่อหัว7,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงว่าประเทศไทย 2เท่า และมีมุ่งมั่นที่ก้าวให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงเพื่อสร้างความมั่นคั่งให้กับประเทศ เวียดนามมีการปฎิรูปกฎระเบียนต่างๆเพื่อต้องการเข้าเป็นสมาชิกการค้าโลก(ดับบลิวทีโอ) มีการทุ่มลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยมีบุคคลกรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 ล้านคน มีสถาบันวิจัย 1,500 แห่งและมีนักวิจัยเฉพาะด้านกว่า 600 สาขา อันดับความสามารถการแข่งขยับเพิ่มจากอับดับที่75 เป็น อันดับ59 หรือเพิ่มขึ้น 16อันดับและติดประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่12ในขณะที่ไทยมีติดอันดับน่าลงทุนใน 25 อันดับแรก ทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพไม่ด้อยว่าประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ยังขาดการบริหารจัดการน้ำหรือระบบชลประทานที่ดี ต่างจากเวียดนามที่มีระบบชลประทานกว่า 70%ทำให้ผลผลิตข้าวต่อไร่สูงกว่าไทย กว่าเท่าตัว
นอกจากนี้ไทยยังติดอันดับสุ่มเสี่ยง อันดับที่ 7 อันดับเดียวกับปากีสถาน เลบอน โซมาเลีย เนื่องจากภาพความขัดแย้งต่างๆออกไป
นายสมคิดกล่าวว่า อาเซียนมีการรวมกัน รวมทั้งกลุ่มอาเซียนบวก 3ทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์แต่ต้องมียุทธศาสตร์ โดยการส่งออกของไทย 60 %ส่งออกในกลุ่มประเทศอาเซียน และจีนจะมีบทบาทสำคัญ ซึ่งได้มีการประกาศนโยบายชัดที่จะมุ่งการลงทุนด้านเทคโนโลยี นวตกรรม และการศึกษา ซึ่งมีนัยสำคัญว่าจีนจะเลิกพึ่งพิงค่าแรงงานถูกและในระยะสั้นจะยังคงค่าเงินหยวนไว้เพื่อพัฒนาประเทศซึ่งไทยต้องคิดหนัก เพราะเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพิงการส่งออก 70 -80% และปีหน้ามองว่าการท่องเที่ยว การเกษตร และการลงทุนยังไม่ฟื้นตัวมากนัก
“สหรัฐยังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ มาตราการเพิ่มเงินในระบบ QE ยังทำให้เศรษฐกิจฟื้นไม่ได้ เป็นมาตรการหลังพิงฝา และไม่รับผิดชอบของสหรัฐ ทำให้เงินไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ ตอนนี้ไม่ใช่สงครามค่าเงินแต่เป็นสงครามการค้า ที่ใช้ค่าเงินเป็นอาวุธ ดังนั้นการแทรกแซงค่าเงินอย่างเดียวจะทำให้มีแต่เจ๊ง กับเจ๊ง “นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า สนับสนุนธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ในการเข้ามาดูแลเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดเงินระยะสั้น ตลาดหุ้น โดยออกมาตรการเข้มตามความเหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าธปท.และกระทรวงการคลังทราบดีว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และเชื่อในวิจรณญาณของรัฐที่จะดูแลผู้ส่งออกที่ลดผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่า 10% และรัฐต้องลงทุนในจุดที่สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต และสร้างความมั่นคของประเทศ และต้องมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นนวตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาบนพื้นฐานความรู้ และพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสร้างสรร (ครีเอทีฟอิโคโนมิค )ซึ่งไทยยังใช้งบประมาณด้านนี้เพียง8000 ล้านบาท ซึ่งน้อยมาก
นายสมคิดกล่าวว่า รัฐบาลควรมีการบริหารการจัดการงบประมาณอย่างเร่งด่วน ซึ่งในอนาคตจะมีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนสวัสดิการทางสังคม การดูแลแรงงานนอกระบบ และคนชรา ซึ่งเป็นภาระของรัฐ ว่าจะนำเงินจากที่ไหนมาช่วยเหลือ จากงบประมาณ2ล้านล้านบาท เป็นงบลงทุน16 % กระทรวงมหาดไทย 1.2 แสนล้านบาท กลาโหม 1.7 แสนล้านบาท กว่า 50% เป็นค่าใช้จ่ายประจำด้านบุคคลากร รวมทั้งภาระค่าช้จ่ายดอกเบี้ยจากกู้ยืมเงินของรัฐบาล ดังนั้นเห็นด้วยกับรัฐบาที่จะต้องเร่งมีการรื้อหรือปฎิรูปโครงการสร้างภาษี ภาษีสิทธิประโยชน์การลงทุนของบีโอไอ และภาษีสินทรัพย์ซึ่งมีการพูดมากว่า 2ปีแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ในขณะเดียวกันควรมีการกระจายอำนาจและงบประมาณให้แต่ละจังหวัดดำเนินการเพื่อสร้างยุทธศาสตร์สร้างความโดดเด่นของแต่ภูมิภาคให้มีการแข่งขันได้







