
ดันแผนป้องกันน้ำท่วมลงผังกทม.
ผังเมืองขอยกร่างอีก8เดือน แนบลงแผนสาธารณูปโภค
โพสต์ทูเดย์
— ผังเมือง กทม.ดันแผนป้องกันน้ำท่วมลงผังใหม่ เตรียมยกร่างอีก 8 เดือน ก่อนเปิดฟังความเห็นน.ส.อัญชลี ปัทมาสวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้ทุกฝ่ายเกิดความตื่นตัวในการหาทางป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในส่วนของสำนักผังเมือง กทม. ที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างผังเมืองฉบับใหม่มีแนวคิดที่จะนำแผนป้องกันน้ำท่วมบรรจุเข้าไปในผังสาธารณูปโภคของร่างผังเมืองฉบับใหม่นี้ด้วย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม.
อย่างไรก็ตาม การจัดทำผังสาธารณูปโภค ที่จะมีเรื่องการระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วม การกำจัดขยะ การบำบัดน้ำเสีย มาตรการด้านไฟฟ้า ประปา สื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น ยังไม่เคยถูกบรรจุไว้ในผังเมืองรวม ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการบรรจุผังดังกล่าวเข้าไปในผังเมืองรวมด้วย
นอกจากนี้ การร่างผังเมือง กทม.จะพยายามรักษาพื้นที่สำหรับการรับน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น พื้นที่แก้มลิงที่มีอยู่ 11 แห่ง พื้นที่สีเขียวที่เป็นพื้นที่รับน้ำ โดยจะพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในร่างผังใหม่ตามความเหมาะสม
ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กล่าวอีกว่า สำหรับการยกร่างผังเมืองฉบับใหม่ หลังจากที่ผ่านมาได้จัดเวทีแสดงความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือนในการยกร่าง และจะนำมาเปิดรับฟังความเห็นอีกครั้ง โดยการร่างผังเมืองครั้งนี้ จะนำมาตรฐานด้านผังเมืองของ กทม.ที่ได้ทำการศึกษาไว้มาใช้ด้วย
สาเหตุที่ กทม.จะต้องมีการจัดทำมาตรฐานด้านผังเมือง เพราะที่ผ่านมาได้ใช้เกณฑ์และมาตรฐานการวางและจัดทำผังเมืองรวมของกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหลัก แต่เนื่องจาก กทม.เป็นเมืองใหญ่ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ค่อนข้างมาก และยังมีปัญหาต่างๆ มากมาย
การนำมาตรฐานกลางทั้งประเทศมาใช้ สามารถวางผังในภาพรวมได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถป้องกัน แก้ไขปัญหาหรือชี้นำการพัฒนาเมืองที่มีปัญหาสลับซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานด้านผังเมืองขึ้นเป็นกาลเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง ปัญหา และการเปลี่ยนแปลงของ กทม.
สำหรับแนวคิดของผังเมืองรวมฉบับใหม่ของ กทม.จะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยมีแนวทางเบื้องต้น คือ การพัฒนาในรูปแบบเมืองกระชับ ส่งเสริมการพัฒนาที่ดินที่มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ยังเน้นการขนส่งมวลชนระบบราง ส่งเสริมเศรษฐกิจเมือง ลดการใช้พลังงาน เพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่ว่าง ส่งเสริมการพัฒนาในแนวสูง โดยมีระบบโบนัสสำหรับโครงการที่เพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่โล่งว่าง







