
หมูไอร์แลนด์ติดหวัดเศรษฐกิจ
....เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนแรกที่ช่างสังเกตและจัดกลุ่มหมูเศรษฐกิจแห่งยูโรโซน (Eurozone) หรือ PIIGS ซึ่งประกอบด้วย โปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี กรีซ และสเปน เพราะสี่ในห้าประเทศดังกล่าวกำลังป่วยเป็นไข้หวัดหมูทางเศรษฐกิจ ยังเหลือเพียงอิตาลีที่ยังไม่ออกอาการ แต่ล่าสุดไอร์แลนด์ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) เพื่อพยุงสถานะทางการเงินของตน
การระบาดของไข้ทางเศรษฐกิจในยุโรปครั้งนี้ เปรียบเหมือนกับวิกฤตไข้หวัดหมูที่ระบาดในคนเมื่อปีที่แล้ว เพราะคนที่เป็นมากมักจะสาหัสและรักษายาก ยิ่งพยายามเก็บอาการมาก่อน พอเก็บไม่อยู่ก็ถึงขั้นโคม่า ทำให้กลุ่มประเทศในยุโรปทั้งที่ใช้เงินสกุลยูโรและที่ไม่ใช้ต่างประหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและค่าเงินทั้งยูโรและเงินสกุลอื่นๆ ในยุโรป และทำให้งวดนี้มีหลายประเทศนอกกลุ่มยูโรโซนต้องออกมาช่วยอัดฉีดสภาพคล่องให้กับไอร์แลนด์ทั้งอังกฤษและสวีเดน ซึ่งทั้งสองประเทศเองก็กำลัง
“กรอบ” อยู่จากปัญหาหนี้สาธารณะ การขาดดุลงบประมาณ ภาระจากระบบสวัสดิการสังคม และความไร้เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินการติดหวัดเศรษฐกิจอย่างรุนแรงของหมูไอร์แลนด์ในครั้งนี้นับว่าเป็นเรื่องสุดเยียวยา เพราะความจริงมีการประเมินตั้งแต่ต้นว่าไอร์แลนด์อาจต้องผิดนัดชำระหนี้และต้องขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ เนื่องจากคาดหมายว่าจะมีหนี้สาธารณะสูงถึง 96% ของจีดีพีในปีหน้า และจะขาดดุลงบประมาณถึง 15% ของจีดีพีในปีนี้
นอกจากนี้ ประเทศทั้งหลายในกลุ่มสหภาพยุโรป (European Union : EU) ต่างก็ตระหนักถึงความเสี่ยงในข้อนี้ จึงออกมาตรการควบคุมการใช้จ่ายและรัดเข็มขัดกันทั่วหน้า พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องกับสถาบันการเงินในภูมิภาค ทำให้สถานการณ์คลี่คลายและสงบลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง
มิเพียงเท่านั้น อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของไอร์แลนด์ก็ยังดีอยู่ คืออยู่ประมาณอันดับเอสองตัว (AA, Aa1,AA) ของสถาบันจัดอันดับชั้นนำไม่ว่าจะเป็นเอสแอนด์พี มูดี้ส์ และฟิทช์ เรทติ้งส์ งานนี้นับว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ กลับ
“ขาดความน่าเชื่อถือ” ไปมาก เพราะเครดิตของไอร์แลนด์อยู่เหนือกว่ากรีซที่พันธบัตรอยู่ในระดับขยะ (Junk Bond) อยู่หลายระดับและอยู่เหนือกว่าโปรตุเกสที่ควรเข้าค่ายไอเอ็มเอฟที่อาการเข้าขั้นสาหัสเมื่อหลายเดือนก่อนดังนั้นวิกฤตไอร์แลนด์ในภาคนี้จึงเป็นเรื่องเก็บอาการไม่อยู่ และอาจก่อเป็นพายุลูกใหม่ที่จะคุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในยุโรปในระยะใกล้ๆ นี้
นี่ขนาดพยายามคุมโรคแล้วยังเอาไม่อยู่ แล้วอย่างประเทศที่มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกันเพราะไม่รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ใช้จ่ายเยอะและกู้หนี้สูง เช่น อิตาลีและฝรั่งเศส ตลอดจนโปรตุเกส สเปน และกรีซจึงอาจต้องเข้า
“ไอซียู” อีกครั้ง






