
แบงก์เปิดศึก...ชิงลูกค้าขาใหญ่
...ทีมข่าวการเงิน
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะผันผวนอย่างไร แต่ปี 2553 ถือเป็นปีที่สินเชื่อรายใหญ่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
เมื่อภาครัฐมีโครงการเมกะโปรเจกต์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนก็รับลูกขยายการลงทุน
อีกทั้งผลพวงจากเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดเงินตลาดทุนนับแสนล้านบาท ยิ่งเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้สินเชื่อรายใหญ่อัดฉีดเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจ
วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในปีหน้าธนาคารตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ลูกค้าขนาดใหญ่ 5% หรือ 2 หมื่นล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้างจะเพิ่มเป็น 3.3 แสนล้านบาท
โดยธนาคารเน้นสินเชื่อไปยังกลุ่มธุรกิจการเกษตร อาหาร ยานยนต์ และโลจิสติกส์
ขณะที่รายได้เติบโต 19% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมและจากดอกเบี้ยในอัตราที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น คือประมาณ 50%
วศิน มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2554 จะยังคงอยู่ในทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูง คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3.54.5% การลงทุนของรัฐและเอกชนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูง
ขณะที่การส่งออกเติบโตในอัตราที่ชะลอลง คือขยายตัวแค่ 610% จากที่ปีนี้ขยายตัว 27%
ปัจจัยเสี่ยงในปีหน้าคือทิศทางของราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ความผันผวนของค่าเงินบาท ผลกระทบจากอุทกภัย และความไม่แน่นอนทางการเมือง
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี ได้แก่ เกษตรและอาหาร ซึ่งจะได้รับผลดีจากราคาสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์สูง กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนที่จะขยายตัวทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก กลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่จะได้รับแรงหนุนจากโครงการลงทุนภาครัฐ
นอกจากนั้น จะเป็นกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ พลังงานทดแทน นิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวที่แนวโน้มดี
สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องมีการปรับตัว ได้แก่ กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติกและเซรามิก เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่มีการแข่งขันสูงในด้านราคา และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
ขณะเดียวกันธนาคารยังเน้นสนับสนุนธุรกิจสีเขียว จากปีนี้โต 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นปีหน้าโต 2025% เนื่องจากเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่มต้น และยังสามารถขยายตลาดได้อีก
รวมทั้งการสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ หรือขยายเข้ามาในประเทศไทย โดยเริ่มจากประเทศจีน เนื่องจากทางธนาคารมีพันธมิตรอยู่ส่วนหนึ่ง และประเทศญี่ปุ่น หลังนักลงทุนญี่ปุ่นยังเข้ามาลงทุนในไทยเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
สมพิศ เจริญเกียรติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปี 2554 ธนาคารตั้งเป้าขยายสินเชื่อรายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 5% โดยอิงจากจีดีพี 1.5 เท่า ซึ่งปีนี้จนถึงเดือน ต.ค. ธนาคารสามารถขยายสินเชื่อได้แล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 8% ทำให้สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมปีหน้าที่จะมุ่งเน้น ได้แก่ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โครงการรถไฟฟ้า พลังงาน ปิโตรเคมี ยานยนต์ โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเกษตร
“
เมกะโปรเจกต์ส่วนใหญ่เป็นงานของรัฐ และลูกค้าของธนาคารก็จะเป็นคนที่ได้รับงานของรัฐ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง ก็ยังเป็นกลุ่มที่ธนาคารให้ความสนใจ แต่ต้องเลือกทำเลที่ตั้งของโครงการ ไม่ได้บุ่มบ่าม” สมพิศ กล่าวด้านธนาคารไทยพาณิชย์ก็ไม่น้อยหน้า โดย อาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า โดยรวมแล้วสินเชื่อรายใหญ่ในปี 2553 ยังดีอยู่ และไตรมาสสุดท้ายของปีคาดว่าจะมีการเบิกใช้สินเชื่อมากขึ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เพราะการลงทุนขยายตัว
โดยในปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่อยู่ที่ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท







