posttoday
ปีหน้าตลาดรถหรูจะโตอีก 15-20%

ปีหน้าตลาดรถหรูจะโตอีก 15-20%

23 พฤศจิกายน 2553

ค่ายใบพัดฟ้าขาว บีเอ็มดับเบิลยู ถือเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในประเทศไทยปีนี้ โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เหนือกว่าตลาดรถยนต์หรูหราที่ขยายตัวราว 25% เท่านั้น

ค่ายใบพัดฟ้าขาว บีเอ็มดับเบิลยู ถือเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในประเทศไทยปีนี้ โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เหนือกว่าตลาดรถยนต์หรูหราที่ขยายตัวราว 25% เท่านั้น

เรื่อง...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

ก่อนสิ้นปี 2553 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้มีการประกาศจัดทัพทีมบริหารเสียใหม่ โดยมีกระแสข่าวลือถึงการลงจากตำแหน่งของ มิคาเอล คอร์ดิส ที่จะแนะนำประธานคนใหม่แก่ตัวแทนจำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ก่อนที่จะเปิดตัวต่อสื่อมวลชนในงานมหกรรมยานยนต์ที่จะถึง

 

ปีหน้าตลาดรถหรูจะโตอีก 15-20% ราล์ฟ บิสซิงเกอร์

ขณะที่ตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนแล้ว ก็คือตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ที่ได้ ราล์ฟ บิสซิงเกอร์ บินตรงมาจากบีเอ็มดับเบิลยู อินเดีย ประเทศที่บีเอ็มดับเบิลยูใช้เวลาเพียง 3 ปีในการรันโรงงานและแผนการตลาด และสามารถล้มคู่แข่งที่ทำตลาดมาก่อนหน้าถึง 12 ปีได้

บิสซิงเกอร์ถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญตลาดเอเชียมากคนหนึ่ง เพราะก่อนหน้าเดินทางไปอินเดีย ก็เคยดูแลตลาดในภูมิภาคนี้ที่สำนักงานใหญ่ประเทศสิงคโปร์มาแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้เขาจะเข้ามาประเทศไทยเพียงแค่ 5 สัปดาห์ แต่กลับมองตลาดและปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแบบทะลุปรุโปร่ง

“ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าค่อนข้างแปลกใจกับตลาดประเทศไทย เพราะหากมองปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา การที่ตลาดรถยนต์โดยรวม รวมถึงตลาดรถยนต์หรูหรากลับมาเติบโตได้ขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ตลาดรถยนต์หรูหราในที่เติบโตมาก ทำให้เราต้องระมัดระวังในการวางแผนงาน เนื่องจากมีปัจจัยที่จะเข้ามากระทบได้ปลายปัจจัย”

เขาบอกว่าตามการคาดการณ์ของเขา ตลาดรถยนต์หรูหราในปีนี้น่าจะปิดที่ระดับเกือบ 9,000 คัน และน่าจะรักษาอัตราการเติบโตเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องในปีหน้า แต่การเติบโตคงไม่มากเหมือนในปีนี้ โดยคาดว่าหากตลาดสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่ 15-20% ได้ก็ถือว่าน่าพอใจ และบีเอ็มดับเบิลยูเองก็มีแผนที่จะเติบโตเหนือกว่าตลาด

แผนงานหลักก็คือการเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีรถยนต์รุ่นใหม่เอี่ยมอีกอย่างน้อย 2 รุ่น ที่จะเข้ามาทำตลาดต่อจากนี้ อย่างไรก็ตาม ในงานมหกรรมยานยนต์ จะมีการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู 525ดี และ 520ดี รุ่นผลิตในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเป็นสินค้าหลักในการทำตลาดสำหรับซีรี่ส์ 5

บีเอ็มดับเบิลยู 525ดี มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบครั้งแรกของประเทศไทย เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า มาพร้อมเทคโนโลยีเอฟฟิเชียล ไดนามิก วางราคาจำหน่าย 4.399 ล้านบาท ขณะที่รุ่น 520ดี ซึ่งมีการอัพเกรดเครื่องยนต์เป็น 184 แรงม้า วางราคาจำหน่าน 3.699 ล้านบาท

บิสซิงเกอร์เชื่อว่าแผนงานของบีเอ็มดับเบิลยู จะทำให้ค่ายใบพัดฟ้าขาว สามารถขยับเข้าใกล้บัลลังค์ผู้นำได้มากขึ้น และอาจจะแซงกลับไปเป็นผู้นำได้อีกครั้งในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการสร้างแผนงานต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

 

ปีหน้าตลาดรถหรูจะโตอีก 15-20% บีเอ็มดับเบิลยู

ยกตัวอย่างเช่น การล้างภาพลักษณ์เดิม ๆ ที่ว่ารถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูซ่อมแพง ซึ่งหลังจากการเปิดโปรแกรมบีเอ็มดับเบิลยู เซอร์วิส อินคลูซีฟ ที่ดูแลลูกค้าตลอด 5 ปี โดยลูกค้าเปลี่ยนแค่ยางรถยนต์และเติมน้ำมันเท่านั้น ก็เชื่อว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของการให้บริการของบีเอ็มดับเบิลยูดีขึ้น

“แต่เรื่องพวกนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะบีเอ็มฯ เพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทยได้เพียง 11 ปี เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานรถยนต์เฉลี่ยที่ 7-8 ปีแล้ว ถือว่าเรายังอยู่ในช่วงที่ลูกค้ายังติดกับภาพลักษณ์เก่า ๆ อยู่ ซึ่งสิ่งที่บีเอ็มดับเบิลยูเดินหน้าอยู่ จะทำให้ความเชื่อเหล่านี้ลดลงไป”

ผู้อำนวยการคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาที่น่าสนใจในเรื่องของนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษีและการตรวจสอบมลพิษของรถที่จะนำมาจำหน่าย ที่ในปัจจุบันมีความล่าช้าในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ทำให้หลาย ๆ ครั้งเสียโอกาสในเรื่องการนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย

บิสซิงเกอร์ บอกว่าในรถยนต์หลาย ๆ รุ่นมีปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถนำรถยนต์เข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ และจะเห็นว่าในหลายครั้ง ประเทศไทยกลายเป็นประเทศท้าย ๆ ที่มีการเปิดตัวรถยนต์ในบางรุ่น เนื่องจากติดขัดปัญหาบางประการ

“ถ้ารัฐบาลจะให้ความกรุณาแก้ไขปัญหาเรื่องความยุ่งยากซับซ้อนที่เกิดขึ้นกับในเรื่องของภาษี และการตรวจสอบเรื่องมลพิษ ผมเชื่อว่าจะทำให้บีเอ็มดับเบิลยูสามารถนำสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและผู้บริโภคในประเทศไทย”

ได้ผู้อำนวยการที่รู้ชัด รู้จริงกับตลาดเมืองไทยแบบนี้ ดูท่าทางบีเอ็มดับเบิลยูคงมีอะไรสนุก ๆ ตามมาอีกเพียบ ในปีหน้า!!!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน