
โมโตโรลาหั่น 2 ธุรกิจขาดทุน
โมโตโรลาหั่น 2 ธุรกิจขาดทุน ปักธงรบกลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ส ภาครัฐ ดันรายเติบโตเชิงบวก
โมโตโรลาหั่น 2 ธุรกิจขาดทุน ปักธงรบกลุ่มเอ็นเตอร์ไพร์ส ภาครัฐ ดันรายเติบโตเชิงบวก
นายศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำประเทศไทย และ อินโดจีน บริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างใหม่ที่จะให้ความสำคัญกับการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อกลุ่มลูกค้าองค์กรและภาครัฐ หลังจากที่ได้ทยอยตัด 2 ธุรกิจขาดทุนออกไป คือ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และ ธุรกิจโครงข่าย หรือ เน็ตเวิร์ก
ทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจถือเป็นธุรกิจที่ทำให้โมโตโรลาขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์มือถือศซึ่งเกี่ยวข้องกับคอนซูเมอร์โดยตรง และไม่เหมาะกับโมโตอย่างมาก จึงได้พยายามตัดออกไปตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของเน็ตเวิร์กนั้นไดขายให้กับ บริษัท โนเกีย-ซีเมนส์ เมื่อปีที่แล้ว
“ตลาดคอนซูเมอร์เป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว และปัจจุบันที่กระแสสมาร์ทโฟนอย่างบีบีและไอโฟนได้รับความนิยมอย่างมาก โมโตยอมรับว่าสู้ไม่ได้ ดังนั้น ถ้าสู่ไม่ได้และไม่เหมาะก็ไม่ควรทำต่อไป” นายศิวัจน์กล่าว
ที่ผ่านมา หลังจากตัดธุรกิจที่ขาดทุนออกไปแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ โมโตโรลามีกำไรและเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีที่ผ่านมามีรายได้รวมทั่วโลก 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนของโครงสร้างใหม่ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร กลุ่มภาครัฐ กลุ่มธุรกิจทรังค์ เรดิโอ และ กลุ่มธุรกิจ วอล์กกี้-ทอล์กกี้ โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มโซลูชั่นสำหรับลูกค้าองค์กรและภาครัฐ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการใช้งานไอทีสูงมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าองค์กรนั้นจะเน้นการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานระยาว 3-5 ปี ซึ่งทำตลาดได้ง่ายและสร้างรายได้สูงหากเทียบกับกลุ่มคอนซูเมอร์ที่วงจรการใช้โทรศัพท์ค่อนข้างสั้น เพราะอิงกระแสความนิยมเป็นหลัก
นอกจากนี้ ได้นำเสนออุปกรณ์สำหรับกลุ่มลูกค้าเอ็นเตอร์ไพร์ซ 2 รุ่น มุ่งตอบสนองการใช้งานสำหรับองค์กรที่เน้นต้องการการเคลื่อนที่ (โมบิลิตี้) สูง สามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจแอพพลิเคชั่สำคัญทางธุรกิจต่างๆ และเข้าถึงระบบสำนักงานได้ทุกที่ โดยจับกลุ่มทำตลาดไปที่กลุ่มค้าปลีก และ ขนส่งเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอทีลง 50% ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดกลุ่มนี้ จากปัจจุบันมีลูกค้าหลักของกลุ่มค้าปลีก คือ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ซุเปอร์เซ็นเตอร์ และ เซเว่น อีเลฟเว่น







