
เบรกขยายกิจการมาบตาพุด
นายกฯ รับปากชาวระยอง ปีหน้าสางปมมาบตาพุดสมบูรณ์ 100% ระหว่างนี้ห้ามเอกชนขยายกิจการเพิ่มอีก
นายกฯ รับปากชาวระยอง ปีหน้าสางปมมาบตาพุดสมบูรณ์ 100% ระหว่างนี้ห้ามเอกชนขยายกิจการเพิ่มอีก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปติดตามการแก้ปัญหามาบตาพุด จ.ระยอง และบริเวณใกล้เคียง โดยยืนยันกับประชาชนจะปรับปรุงมาตรการแก้ปัญหาให้ได้เต็ม 100% ต้นปีหน้า
ประเด็นที่จะเน้นแก้ไขมี 4 เรื่อง 1.ปัญหากำจัดขยะที่ยังไม่ได้มาตรฐาน 2.การวางผังเมืองเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว เช่น ปัญหาน้ำท่วม 3.การป้องกันผลกระทบด้านมลพิษ พิจารณาถึงความสามารถของพื้นที่ในการรองรับอุตสาหกรรมบางประเภท และ 4.การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อสรุปในปัญหาต่างๆ ได้หารือกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามรายงานผลการแก้ไขในมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จ.ระยอง ว่า น่าจะประกาศไม่ให้มีการขยายอุตสาหกรรมบางประเภท จนกว่าผลการศึกษาจะเสร็จสิ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะกำกับดูแลกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กำลัง|รวบรวมข้อมูลการให้สัมปทานปิโตรเลียมในช่วงที่ผ่านมา หลังสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน และกลุ่มนักอนุรักษ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนสัมปทานปิโตรเลียม 26 โครงการ ในบริเวณอ่าวไทย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่เห็นเอกสารการยื่นฟ้อง แต่ในประเด็นที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐยกเลิกการให้สัมปทานปิโตรเลียมนั้น อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุนได้ เพราะการให้สัมปทานปิโตรเลียมตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
นายทรงภพ พลจันทร์ รักษาการอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ภาครัฐพร้อมชี้แจงและอธิบายความจำเป็นในการให้สัมปทานปิโตรเลียม โดยเฉพาะประโยชน์ที่ได้รับจากการขุดเจาะหาแหล่งปิโตรเลียมในไทย มีผลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่ม ส่วนที่จะให้ยกเลิกสัมปทานนั้น คงต้องชี้แจงกับศาลปกครอง ว่าเอกชนผ่านกระบวนการตามกฎหมายทุกขั้นตอน







