posttoday

บล.ไทยพาณิชย์ ให้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,700-1,750 จุด

09 มกราคม 2563

มองโอกาสฟื้นจากสัญญาณบวกแม้ตะวันออกกลางตึงเครียด แนะถือหุ้นปลอดภัยคุณภาพสูงสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ

มองโอกาสฟื้นจากสัญญาณบวกแม้ตะวันออกกลางตึงเครียด แนะถือหุ้นปลอดภัยที่มีคุณภาพสูงสำหรับลงทุนระยะยาว เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินดัชนีหุ้นไทยปีนี้ไว้ที่ 1,700-1,750 จุด เป็นการปรับประมาณการลงจากปีก่อนที่คาดไว้ที่ 1,800 จุด และมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,550 จุด จากปัจจัยพื้นฐานและเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ (จีดีพี) 2.8% สาเหตุที่บล.ไทยพาณิชย์ ปรับลดเป้าดัชนีปีนี้ลง เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศมากกว่าการจะยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็ถือเป็นความเสี่ยงระดับโลกที่ระดับความรุนแรงจะส่งผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นระยะ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเริ่มคลายความกังวลลงหลังจากถ้อยแถลงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแทนการใช้กำลังทหาร

นายสุกิจกล่าวว่า การลงทุนในครึ่งปีแรกยังมีปัจจัยกดดัน ทั้งเรื่องภัยแล้งที่น่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และโรคปอดอักเสบที่ระบาดในประเทศจีน แต่มองเป็นความเสี่ยงระยะสั้นที่อาจส่งผลต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

-วางหมากลงทุนอย่างไรดี

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ แนะนำให้นักลงทุนคงสถานะการถือครองหุ้นปลอดภัยที่มีคุณภาพสูงสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ (late cycle) ในขณะที่มองหาหุ้นวัฏจักรที่มีค่า beta สูงสำหรับพอร์ตซื้อขายระยะสั้น โดยกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 1/63 จึงมุ่งเน้นไปที่หุ้น global playที่มีประเด็นกำไรฟื้นตัวควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยสนับสนุน และมี valuation ที่น่าสนใจ และความเป็นไปได้สูงที่จะมีการ re-rate หลังจากถูกลงโทษมากเกินไปในปี 62 และอาจมีเซอร์ไพร์สเชิงบวกจากการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น พร้อมกับประเด็นการเติบโตเฉพาะตัวในปี 63

กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 1/63 ให้ลงทุนเพิ่มในหุ้นวัฏจักรที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตได้ดี และ valuation น่าสนใจ แนะนำหุ้น กลุ่มปิโตรเคมี เช่น IVL, โรงกลั่น เช่น TOP, ธนาคาร เช่น TCAP, BBL และการแพทย์ เช่น BCH

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง มองยังมีความเสี่ยงเข้ามากดดันเพิ่มเติมอีกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ที่อาจจะส่งผลทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง และนโยบายสำหรับภูมิภาคและโลก อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐอาจจะเริ่มปรากฏให้เห็นหลังการเลือกตั้งขั้นต้นในเดือน มี.ค.63 หรือประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตในเดือน ก.ค.63

ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย การผ่อนคลายนโยบายการเงินในต่างประเทศ ที่อาจจะเปลี่ยนเป็นมาตรการกระตุ้นทางการคลัง และตลาดสินเชื่อ อาจจะเปลี่ยนมามีสภาวะที่เอื้ออำนวยลดน้อยลงในปี 63 สินเชื่อขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย และมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในจีน มองว่าความเสี่ยงนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญอย่างหนึ่งในตลาดสินเชื่อของเอเชีย

ข่าวล่าสุด

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%