
รมว.อุตฯ มั่นใจลงทุนปีหน้าสดใส
“ชัยวุฒิ” มั่นใจปีหน้าลงทุนสดใส แต่ปีนี้ยอดลงทุนพลาดเป้า เหตุหลักจากโครงการใหญ่ชะลอการลงทุน รอความชัดเจนมาบตาพุด
“ชัยวุฒิ” มั่นใจปีหน้าลงทุนสดใส แต่ปีนี้ยอดลงทุนพลาดเป้า เหตุหลักจากโครงการใหญ่ชะลอการลงทุน รอความชัดเจนมาบตาพุด
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2554 น่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงที่แข็งแรง สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว รวมทั้งจะมีโครงการที่ชะลอการลงทุนจากปีนี้เข้ามาลงทุนในปีหน้า และส่วนหนึ่งจะย้ายฐานการผลิตจากประเทศอื่นๆ เข้ามาลงทุนในเมืองไทย ซึ่งอุตสาหกรรมที่จะเข้ามามาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มยางล้อรถ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของต่างประเทศ โดยในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะมีการรายงานสถานการณ์การลงทุน และตั้งเป้าหมายการลงทุนในปีหน้า
สำหรับในปีนี้จำนวนโครงการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่มูลค่าการลงทุนอาจจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท เนื่องจากมีช่วงที่โครงการขนาดใหญ่ต้องชะงักการลงทุนไปช่วงหนึ่ง ในช่วงที่มีปัญหามาบตาพุด และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 67 ทำให้นักลงทุนยังไม่แน่ใจที่จะเข้ามาลงทุน และรอความชัดเจนของกฏหมายก่อน ซึ่งสาเหตุนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปีนี้มูลค่าการลงทุนลดลง
ส่วนมาตรการปรับโครงสร้างทางภาษีของกระทรวงการคลัง ที่อาจจะมีการปรับลดภาษีของบีโอไอถ้ามีการปรับจริงก็คงจะไม่มีผลย้อนหลัง ซึ่งจะต้องปรับโดยการให้มีระยะเวลาในการปรับตัวด้วย โดยอาจจะทำให้ในปีหน้ามีนักลงทุนเข้ามาขอรับส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น เพราะเร่งเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนที่จะมีการยกเลิก
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะมียอดส่งเสริมการลงทุนไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท โดย 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2553) มียอดส่งเสริมการลงทุนจำนวน 3.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในปีหน้าคาดว่าน่าจะโครงการที่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้ามามากขึ้น เนื่องจากจะมีการปรับสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี โดยขยายขนาดการลงทุนจาก 20 ล้านบาท เป็น 80 ล้านบาท ครอบคลุม 57 ประเภทธุรกิจ รวมทั้งในปีหน้าจะมีการปรับเลิกการให้สิทธิประโยชน์แก่บางอุตสาหกรรม และจะเน้นเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายเท่านั้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะยกเลิกตัวไหนบ้าง
“ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในเมืองไทย ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สิทธิประโยชน์ และแรงงาน ซึ่งหากมาตรการทางภาษีของบีโอไอถูกยกเลิกจะมีผลต่อการดึงดูดการลงทุนค่อนข้างมาก” นางอรรชกา กล่าว







