
เซียนปลอบหุ้นร่วงช่วงสั้นเงินกองทุนเข้าเชียร์ซื้อ‘สะสม’รอขายต้นม.ค.
กูรูชี้หุ้นลงแค่ปรับฐานระยะสั้นเพราะต่างชาติเตรียมหยุดยาว ขณะที่หุ้นไทยขึ้นยาวจากแรงซื้อ LTF
กูรูชี้หุ้นลงแค่ปรับฐานระยะสั้นเพราะต่างชาติเตรียมหยุดยาว ขณะที่หุ้นไทยขึ้นยาวจากแรงซื้อ LTF
การสัมมนา “ทิศทางการลงทุนและหุ้นที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้” จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในงาน SET in the City ซึ่งนักวิเคราะห์จาก 3 ค่ายใหญ่ นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บล.ทิสโก้ และ น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ดัชนีหุ้นปรับลงในช่วงนี้เป็นการปรับฐานระยะสั้นเท่านั้น คาดว่าปลายเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ยังเป็นช่วงขาขึ้นได้อยู่ โดยมาจากเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาซื้อหุ้นสำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เป็นหลัก
นายกวี กล่าวว่า ต่างชาตินำเรื่องปัญหาหนี้ยุโรปมาเป็นข้ออ้างในการขายทำกำไรเพื่อปรับพอร์ตการลงทุนก่อนหยุดยาว เป็นจังหวะสะสมหุ้นไปขายช่วง 2 สัปดาห์แรกเดือน ม.ค.
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นเดือน พ.ย. ลงเท่าไร เดือน ธ.ค. หุ้นก็ปรับขึ้นเท่านั้น ปีนี้คาดว่าเงินที่เข้าซื้อ LTF จะมากกว่าปีที่ผ่านมาตามอัตราการเติบโตของกำไรของ บจ.ปีนี้ปรับสูงขึ้นมากถึง 20% แนะนำขายหุ้นก่อนจบสิ้นปี เพราะเดือน ม.ค.ปีหน้าจะมีกองทุน LTF ครบอายุขายประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท
น.ส.อาภาภรณ์ กล่าวว่า จุดเปลี่ยนที่สำคัญทำให้หุ้นปรับฐานครั้งใหญ่ คือการที่สหรัฐและกลุ่มยุโรปประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นักเศรษฐ ศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนา “แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยปี 2554” ว่า สหรัฐอเมริกาและยุโรปยังต้องอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อแก้ปัญหาอีกมาก นักลงทุนไม่ควรกังวลข่าวเงินทุนไหลออก มีความเป็นไปได้ว่าอีก 3 ปีนี้จะยังคงมีเงินไหลเข้ามาในเอเชียรวมทั้งไทย จึงต้องบริหารจัดการเงินที่ไหลเข้ามา
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนิตี้ กล่าวว่า ปีหน้าจะมีเงินจากตลาดพันธบัตรทั่วโลก 25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) อยุธยา กล่าวว่า จากสถิติตลาดหุ้นไทย 35 ปี มีปีที่ตลาดเป็นบวก 18 ปี และลบ 17 ปี เชื่อว่ารอบนี้จะขึ้นติดต่อกัน 5 ปี ไปสิ้นสุดในปี 2556 มีโอกาสได้เห็นดัชนีหุ้นไต่ไปได้ถึงระดับ 2,000 จุด
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ช่วง 12 เดือนข้างหน้าตลาดหุ้นมีโอกาสลงไปที่ 900 จุดได้ จากเม็ดเงินต่างประเทศไหลออก และหุ้นไทยไม่ถูกเมื่อเทียบกับภูมิภาค รวมทั้งสัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติ ขณะนี้ 35.5% สูงสุดในรอบ 10 ปี จึงมีการถือหุ้นออกบ้างเพื่อทำกำไร
ตลาดหลักทรัพย์วันที่ 18 พ.ย. ปิด 1,004.72 จุด พุ่ง 14.59 จุด มูลค่าซื้อขาย 31,006 ล้านบาท ต่างชาติซื้อเล็กน้อย 153 ล้านบาท สถาบัน/กองทุนซื้อ 1,211 ล้านบาท







