posttoday
เลือกเฟ้นกองทุนรวม สไตล์ SCBS

เลือกเฟ้นกองทุนรวม สไตล์ SCBS

26 พฤศจิกายน 2562

คอลัมน์ Wealth Design โดย...ธัญญา โลหะนันทชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

คอลัมน์ Wealth Design โดย...ธัญญา โลหะนันทชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

A: กองทุนในตลาดเมืองไทยมีเป็นพันกอง แล้วเราจะเลือกลงทุนกองไหนดี?

B: มีคนบอกว่ากองทุน ABC ดี เราจะเชื่อได้หรือเปล่านะ?

นั่นสินะครับ กองทุนรวมในตลาดมีมากมายไปหมด ยิ่งในอนาคตอุตสาหกรรมกองทุนรวมเติบโตขึ้น ก็มีแต่จำนวนกองทุนรวมจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการที่จะประสบความสำเร็จด้านการเงินหรือถึงเป้าหมายทางการเงินนั้นประกอบไปด้วยหลายปัจจัย แต่หนึ่งปัจจัยที่สำคัญก็คือการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ดี เพราะที่ผ่านมาถ้าดูสถิติผลตอบแทนกองทุนรวมที่ได้ที่หนึ่งกับที่สุดท้ายนั้นต้องบอกว่าต่างกันมากเลยทีเดียว ปัญหาคือแล้วเราจะเลือกเฟ้นกองทุนรวมมาลงทุนอย่างไรดี? ในบทความนี้จะมาเล่าวิธีการเลือกกองทุนของทีมคณะกรรมการลงทุนว่าเรามีวิธีเลือกอย่างไร

ก่อนที่เราจะเลือกลงทุนในกองทุนอะไรนั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยจุดประสงค์ของการคัดเลือกกองทุนก่อนว่าเราต้องการลงทุนในกองทุนประเภทไหน ถ้าหากเราต้องการกองทุนรวมหุ้นไทยเราก็ต้องการคัดเลือกกองทุนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน เช่นกองทุนหุ้นไทยก็นำมาเปรียบเทียบกับกองทุนหุ้นไทย แต่ไม่ควรนำกองทุนรวมหุ้นไทยไปเปรียบเทียบกับกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ อีกประการหนึ่งคือ เราจะเลือกกองทุนที่มีประวัติการดำเนินงานมาพิจารณาถ้าหากเป็นกองทุนที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งขึ้นมาใหม่เลย เราคงไม่สามารถที่จะนำข้อมูลอะไรมาวิเคราะห์ต่อได้ ยกเว้นว่าจะเป็นกองทุนรวม (Feeder fund) ที่มีกองทุนรวมหลัก (Master fund) ดำเนินงานอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถที่จะไปติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมากับกองทุนหลักได้

สำหรับการพิจารณาเลือกกองทุนรวมเราแบ่งเกณฑ์การพิจารณาเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

1. ผลการดำเนินงานย้อนหลัง (ผลตอบแทนและความเสี่ยง)

2. ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต

3. เกณฑ์การพิจารณาอื่นๆ

1. ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

จะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา เราจะดูที่สถิติข้อมูลต่าง ๆ ของกองทุนแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะดูผลการดำเนินงานย้อนหลังเพียงแค่ในมุมของผลตอบแทน แต่จริง ๆ แล้วผลการดำเนินงานย้อนหลังยังมีอีกหลายมุมมองที่สามารถนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกันได้

ในแกนผลตอบแทนแน่นอนว่าเราต้องเลือกลงทุนในกองทุนที่มีผลตอบแทนที่ดี สำหรับ SCBS แล้วเราจะเน้นเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนสม่ำเสมอและไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเลือกกองทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงที่สุด โดยเราจะดูข้อมูลในหลายๆช่วงเวลาว่ากองทุนนั้นๆสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอคงเส้นคงวาในทุกช่วงเวลาหรือไม่ นอกจากจะดูในมุมมองของตัวเลขผลตอบแทนแล้ว เราก็สามารถดูในมุมเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ก็จะสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าในแต่ละช่วงเวลา กองทุนนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนๆในกลุ่มเดียวกันสามารถสร้างผลการดำเนินงานเป็นลำดับต้นๆได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งการเปรียบเทียบแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ผู้อ่านสามารถหาดูได้จาก Fund fact sheet ของกองทุนรวมได้ ถ้ากองทุนใดที่สามารถอยู่ในระดับเปอร์เซ็นต์ไทล์ต้นๆ หรือได้ผลตอบแทนดีเป็นอันดับต้นๆของกลุ่มอยู่ตลอดเวลาเราก็จะให้คะแนนกองทุนนั้น

ในแกนของความเสี่ยง แน่นอนว่าเราก็จะต้องชอบกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคนอื่น สำหรับวิธีการดูเราก็อาจจะดูที่ค่าความผันผวนของการดำเนินงานถ้ายิ่งน้อยก็ยิ่งดี เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ไทล์ก็ต้องดูว่าเสี่ยงต่ำกว่าเพื่อนอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ในอีกมิติหนึ่งของความเสี่ยงที่เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องพิจารณาเลยก็คือ ผลขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นจริง (Maximum Drawdown) เพราะบางครั้งค่าความผันผวนอาจจะตอบไม่ได้ว่าที่ผ่านมากองทุนติดลบกี่เปอร์เซ็นต์ อาจจะมีบางช่วงเวลาที่ราคากองทุนค่อยๆไหลซึมลง นั่นก็จะทำให้ตัวเลขความผันผวนไม่สูง แต่ขนาดของการขาดทุนสูงมากเลยทีเดียว ดังนั้นการดูว่าในช่วงเวลาแย่ๆกองทุนเคยขาดทุนมากที่สุดเท่าไหร่จึงเป็นอีกตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าจะให้ดีก็ควรเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของตัวเราด้วย เช่น ถ้าเรายอมรับการติดลบได้ไม่เกิน 10% เราก็ควรจะเลือกกองทุนที่ผลขาดทุนสูงสุดไม่เกินเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ เพราะถ้าหากผลขาดทุนสูงเกินกว่าที่เราจะสามารถยอมรับได้จะกลายเป็นเราเองที่ถอดใจและขายขาดทุนออกมา และค่าตัวเลข Maximum Drawdown ก็จะกลายเป็นค่าที่ทำให้เราลงทุนไม่สำเร็จ

2. ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต

ในข้อนี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่เราจะต้องวิเคราะห์ทีมผู้จัดการกองทุนและขั้นตอนในการทำงานของเขา ซึ่งข้อนี้เราจะให้น้ำหนักกับทีมผู้จัดการกองทุนที่บริหารกองทุนเป็นหลักเพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลยุทธ์การลงทุนและการตัดสินใจการลงทุนของผู้จัดการนั้นมีผลกับการลงทุนเราโดยตรง ซึ่งสำหรับในข้อ 2 นี้ต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อาจจะจำกัดโดยผู้อ่านอาจจะใช้โอกาสในงานสัมมนาต่างๆที่มีทีมกองทุนมาให้ข้อมูลซึ่งสอบถามข้อมูลกับทีมงานได้

โดยปกติแล้วก่อนที่เราจะไปพูดคุยกับผู้จัดการกองทุน เราก็จะต้องทำการบ้านดูข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลังในข้อแรกก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนถึงกลยุทธ์และวิธีการดำเนินงานของทีมงานว่าเป็นอย่างไร เช่นเราดูข้อมูลแล้วว่าที่ผ่านมากองทุนสามารถทำได้ดีมาโดยตลอด แต่มีช่วงหลังๆที่ผลงานดีขึ้นหรือแย่ลงไปจากเดิม อันนี้ก็ต้องเป็นประเด็นเก็บไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่? หรือมีวิธีการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างไร? มีการเปลี่ยนแปลงในทีมงาน?

ในช่วงที่ได้พูดคุยกับทีมงานเราจะต้องศึกษาว่า ใครเป็นผู้จัดการกองทุน, สไตล์การลงทุนเป็นอย่างไร, และที่สำคัญก็คือ ขั้นตอนในการทำงานเป็นอย่างไร เช่นขั้นตอนการเลือกหลักทรัพย์แต่ละตัวมาอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ (Universe) ขั้นตอนและหลักการในการเลือกหยิบหลักทรัพย์ที่อยู่ใน Universe เข้ามาลงทุนใน portfolio ขั้นตอนในการติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงหากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดจะมี action plan ในการทำงานอย่างไรบ้าง โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะต้องมีการจดบันทึกไว้ว่าทีมงานเคยให้ข้อมูลไว้อย่างไร เมื่อวันเวลาผ่านไปสามารถทำได้ตามที่ให้ข้อมูลไว้หรือไม่ เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับทีมงานและขั้นตอนในการทำงานแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่เราจะวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจุดประสงค์หลักคือเราต้องการรู้ให้ลึกถึงที่มาของผลตอบแทน (source of return) ว่าในอนาคตทีมงานจะไปหาผลตอบแทนให้เราจากที่ไหน

3 ข้อมูลอื่นๆ

ในส่วนนี้เราจะพิจารณาถึงข้อมูลอื่น ๆ ในหลาย ๆ มิติของกองทุนรวมมาประกอบการพิจารณาอีกด้วย เช่น ขนาดกองทุนที่ไม่ใหญ่มากก็อาจจะเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้จัดการกองทุนในการบริหารพอร์ตได้ง่ายขึ้น, ค่าธรรมเนียมในการบริหารที่ถูกกว่าที่ใช้ดูกับกองทุนแบบ Passive fund หรือกองทุนดัชนี เพราะถ้าเป็นดัชนีเดียวกันเราก็ควรที่จะเลือกกองทุนที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ในกรณีกองทุน Active fund อาจจะพิจารณาถึงผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วว่ากองทุนยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเราได้หรือไม่

เมื่อทราบหลักเกณฑ์ของทาง SCBS แล้วว่า เราคัดเลือกกองทุนอย่างไร ผู้อ่านก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการคัดเลือกกองทุนรวมด้วยตนเองได้เช่นกัน ซึ่งผู้เขียนอยากให้ความสำคัญกับการรู้จักตัวเองก่อนว่าผู้อ่านเองมีความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน แล้วจึงเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถยอมรับได้ พออ่านมาถึงจุดนี้ต้องบอกได้เลยว่าขั้นตอนในการพิจารณาเลือกกองทุนนั้นเป็นงานที่ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบไปเพราะยังจะต้องมีการติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนอย่างเป็นประจำต่อเนื่อง และโดยเฉพาะข้อมูลในข้อที่สองก็เข้าถึงทีมงานได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นต้องถือว่าการเลือกเฟ้นกองทุนก็เป็นเรื่องที่ใหญ่และไม่ง่ายเลยทีเดียว ถ้าหากผู้อ่านไม่ต้องการที่จะต้องมาทำขั้นตอนการเลือกเฟ้นกองทุนด้วยตัวเองก็สามารถหันมาใช้บริการ ROBO ADVISOR เป็นบริการออกแบบและบริหารพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ โดยที่ SCBS จะมีคณะกรรมการลงทุนพิจารณาคัดเลือกกองทุนรวมมาให้ลูกค้าลงทุน สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.scbs.com/roboadvisor

*ข้อมูลขั้นตอนการเลือกวิเคราะห์ลงทุนในกองทุนรวมนี้เชื่อว่าเป็นขั้นตอนที่น่าจะเชื่อถือได้ แต่ทั้งนี้ มิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือรับประกันผลตอบแทนจากการทำตามกระบวนการดังกล่าวแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน