
ก.ล.ต.เดินหน้าปรับปรุงการทำงาน 3 ด้าน
โพสต์ทูเดย์ – ก.ล.ต.ตั้งเป้าหมายขึ้นทะเบียนสำนักงานผู้สอบบัญชี ภายในปี 2556 ขณะเดียวกันเปิดโครงการChange Programs มุ่งปรับปรุงการทำงาน 3 งานหลัก เกณฑ์กำกับดูแล กระบวนการทำงานภายในและศักยภาพบุคลากร
โพสต์ทูเดย์ – ก.ล.ต.ตั้งเป้าหมายขึ้นทะเบียนสำนักงานผู้สอบบัญชี ภายในปี 2556 ขณะเดียวกันเปิดโครงการChange Programs มุ่งปรับปรุงการทำงาน 3 งานหลัก เกณฑ์กำกับดูแล กระบวนการทำงานภายในและศักยภาพบุคลากร
นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า ในปี 2556 สำนักงานผู้สอบบัญชีจะต้องมาขึ้นทะเบียนกับก.ล.ต. เพื่อแสดงให้เห็นว่าสำงานงานผู้สอบบัญชีนั้นๆ มีคุณภาพการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะภายหลังเกิดวิกฤตทางการเงินของต่างประเทศทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้มีการกำกับสำนักผู้สอบบัญชีด้วย โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป ซึ่งหากสามารถยกระดับมาตรฐานของไทยให้เทียบเคียง ก็จะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ของไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น 10-15 อันดับแรก ที่ต้องการนำตราสารไปเสนอขายยังประเทศเหล่านี้ย่อมทำได้สะดวกขึ้น
ปัจจุบันเกณฑ์การกำกับดูแลและขึ้นทะเบียนสำนักผู้สอบบัญชียังอยู่ระหว่างการร่างเกณฑ์ และเปิดรับฟังความเห็นจากสำนักงานผู้สอบบัญชีต่างๆ อย่างไรก็ตามหากก.ล.ต.ร่างเกณฑ์แล้วเสร็จ สำนักงานสอบบัญชีใดมีความพร้อมก็สามารถยื่นขอความเห็นชอบเพื่อขึ้นทะเบียนได้ก่อนปี 2556 ที่จะประกาศบังคับใช้ได้ทันที
นางปะราลี สุคนธมาน ผู้อำนวยการโครงการบริหารการเปลี่ยนแปลง ก.ล.ต. กล่าวเสริมว่า ขณะนี้เพื่อสร้างศักยภาพของตลาดทุนไทยในการแข่งขันได้ในระดับสากล ทางก.ล.ต.ได้จัดให้มีโครงการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Programs) ตั้งแต่กลางปี 2552 เน้นการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน 1. เกณฑ์การกำกับดูแล นั้นจะระบุหลักการและวัตถุประสงค์ชัดเจนแทนการออกกฎเกณฑ์ที่ลงรายละเอียดตายตัว และลดภาพที่เกินจำเป็นหรือนำไปปฏิบัติได้ยาก ขณะที่ส่วนการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนจะเน้นการเปิดเผยข้อมูลให้มากขึ้น
2.กระบวนการทำงาน จะผ่อนคลายข้อกำหนด ลดระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณา แต่ยังต้องสามารถกำกับดูแลติดตามได้ทันต่อเหตุการณ์ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนกำกับดูแลกันเอง(เอสอาร์โอ) และ3.ด้านศักยภาพและกระบวนทัศน์ของบุคลากร
สำหรับโครงการที่ใกล้จะแล้วเสร็จหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คือ โครงการลดกระบวนการให้ความเห็นชอบผู้บริหารของบล.และบลจ. โดยจะลดระยะเวลาในการพิจารณาจาก 30 วัน เหลือ 5 วันทำการ โดยตัดข้อห้ามไม่จำเป็นบางเรื่องและนำระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการยื่นคำขอและแจ้งผลการพิจารณาซึ่งจะเริ่มใช้เดือนก.พ.นี้
นอกจากนี้ กลางปี 2553 ปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับกองทุนและกำกับดูแลการทำธุรกิจของบลจ.เกือบทั้งหมดแต่ยังไม่รวมเกณฑ์กองทุนต่างประเทศ สิ้นปี 2553 ปรับปรุงเกณฑ์การอนุมัติไอพีโอ เน้นเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เป็นต้นและสิ้นปี 2554 แผนงานที่วางไว้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ







