posttoday
เทคโนโลยี3G ‘ข้อมูลคืออำนาจ’

เทคโนโลยี3G ‘ข้อมูลคืออำนาจ’

18 พฤศจิกายน 2553

....นคร สังขรัตน์

“ข้อมูลคืออำนาจ” โลกปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หรือสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการสะสมเงินทุนและความมั่งคั่งอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันกันที่การสะสมอำนาจทางข้อมูล เพื่อนำไปสร้างสรรค์จัดเก็บเป็นสารสนเทศ แล้วนำไปวิเคราะห์เพื่อการใช้งานและพัฒนาต่อจนเกิดการสั่งสมกลายเป็นความรู้ในการสร้างพลังอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไป

ปัจจุบันมีการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3G การสื่อสารเพื่อเข้าสู่ยุคการสื่อสารหลากหลายรูปแบบทั้งภาพและเสียง ข้อจำกัดสำคัญอย่างหนึ่งในการตอบสนองความต้องการด้านการสื่อสารของยุคใหม่นี้ คือความเร็วในการรับและส่งผ่านข้อมูล ซึ่ง 3G จะเป็นเทคโนโลยีที่เน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น และสามารถพัฒนาบริการในรูปแบบใหม่ๆ ที่ใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น เช่น การรับส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ การใช้บริการ Video/Call Conference การ Download เพลง การดู TV Streaming เป็นต้น

การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบได้รับการยอมรับแล้วว่ามีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจาก 3G สามารถใช้เป็นนโยบายที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจและยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายทางด้านดิจิตอลในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันราคาอุปกรณ์พกพาสำหรับรองรับ 3G ลดลงมาก จนทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ทุกระดับชั้น ซึ่งจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทคโนโลยี 3G ยังไม่ชัดเจนในข้อกฎหมายระหว่างการเป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคมหรือวิทยุโทรทัศน์ เนื่องจากความเร็วและการกระจายสัญญาณแบบไร้สายทำให้สามารถ Stream รายการในรูปแบบโทรทัศน์ได้เช่นกัน จึงทำให้มีผู้ยื่นฟ้องศาลปกครองในกรณีที่เห็นว่า กทช.ไม่มีอำนาจดำเนินการประมูลใบอนุญาต 3G เพราะไม่มีอำนาจจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุและโทรคมนาคมตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต 3G ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

จากความสำคัญของเทคโนโลยี 3G ภาครัฐจึงมีเกณฑ์พิจารณาออกใบอนุญาตเพื่อกำหนดทิศทางของการพัฒนาโทรคมนาคมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต โดยจากการศึกษาในต่างประเทศพบว่ามี 3 รูปแบบใหญ่ ได้แก่ การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่โดยใช้แบบจำลองทางธุรกิจ (Business Based Valuation) ใช้การเทียบเคียงจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ (Benchmarking Valuation) และใช้แบบจำลองทางเศรษฐมิติ (Econometrics Model Valuation)

วิธีการประเมินมูลค่าโดยใช้แบบจำลองทางธุรกิจ เป็นการประเมินที่ต้องการทราบว่าคลื่นความถี่ดังกล่าวจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้มากแค่ไหน หลักการคือการทำความเข้าใจว่าคลื่นความถี่จะสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทได้มากเพียงใดตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งจะมีกระบวนการคือ ประมาณความต้องการใช้ของประชาชน และต้องลงทุนเพื่อสร้างระบบเครือข่ายที่จำเป็นสำหรับเปิดให้บริการมากแค่ไหน

วิธีการประเมินมูลค่าโดยใช้การเทียบเคียงจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ เป็นการวิเคราะห์มูลค่าคลื่นความถี่ โดยการใช้ข้อมูลในอดีตเพื่อวิเคราะห์ว่าในประเทศที่มีการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวมาแล้วมีมูลค่าการประเมินที่เท่าใด เพื่อนำมาเป็น Benchmarking อ้างอิงและนำมาปรับใช้กับประเทศไทย โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละประเทศ อาทิ จำนวนประชากร ขนาดพื้นที่ของประเทศ ซึ่งอาจแสดงถึงพื้นที่ของการให้บริการด้านโทรคมนาคม และระดับของการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เป็นต้น

วิธีการประเมินมูลค่าโดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐมิติ เป็นการจัดทำแบบจำลองทางเศรษฐมิติเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าคลื่นความถี่ จากนั้นจึงนำข้อมูลปัจจัยต่างๆ ในประเทศไทยใส่เข้าไปเพื่อประเมินมูลค่าคลื่นความถี่จากแบบจำลอง

อย่างไรก็ตาม จากความล่าช้าของการผลักดันเทคโนโลยี 3G เพื่อการพาณิชย์ จะยิ่งส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับภาคเอกชนจากการขาดโอกาสมีต้นทุนที่ต่ำลงด้านการสื่อสารและการโทรคมนาคม นอกจากนั้นเทคโนโลยี 3G ที่อายุเทคโนโลยีจะหมดลงในอีก 34 ข้างหน้า จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะยิ่งล่าช้าจะยิ่งทำให้การลงทุนด้าน 3G เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสอีกด้าน เนื่องจากกว่าจะพัฒนาเทคโนโลยี 3G ได้เต็มรูปแบบในประเทศไทย ซึ่งอาจใช้เวลา 23 ปี และแม้ว่าการลงทุนในระยะนี้อาจจะมีต้นทุนต่ำ แต่เป็นเพราะอายุการใช้งานเหลืออยู่น้อยเต็มที และอาจจะไม่คุ้มค่า เนื่องจากโลกของเทคโนโลยีไร้สายกำลังมุ่งเข้าสู่เทคโนโลยี 4G หรือ LTE (LongTerm Evolution) ซึ่งจะแพร่หลายในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในอีก 34 ปีข้างหน้า และพอถึงตอนนั้นเราจะเอา “ข้อมูล” ที่ไหนมาสร้าง “อำนาจ” ต่อรองในเวทีโลก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ