posttoday
PAE ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่

PAE ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่

17 พฤศจิกายน 2553

บมจ.พีเออีฯปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ หันมาลุยงานติดตั้ง-ซ่อมบำรุงปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 35 % พร้อมบุกงานใหม่ออกแบบวิศวกรรมดันรายได้อีกทาง

บมจ.พีเออีฯปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ หันมาลุยงานติดตั้ง-ซ่อมบำรุงปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 35 % พร้อมบุกงานใหม่ออกแบบวิศวกรรมดันรายได้อีกทาง

นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ประธานกรรมการ บริษัทพีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PAE ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและก่อสร้างแก่ภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงาน และปิโตรเคมี เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2554 ว่า บริษัทฯจะมุ่งเน้นรายได้จากงานปิโตรเลียม และปิโตรเคมี โดยเริ่มต้นที่ 35% เป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะงานก่อสร้าง , งานซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น เนื่องจากงานดังกล่าวเป็นงานที่ต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง จึงมีคู่แข่งในตลาดน้อยกว่างานประเภทโครงสร้าง และสาธารณูปโภค ซึ่งบริษัทก็ยังมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานด้านวิศวกรรมและอื่นๆ และงานตรวจสอบแบบไม่ทำลาย(NONDESTRUCTIVE TEST)ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

ปัจจุบัน บริษัทฯเริ่มรับงานใหม่เข้ามามากขึ้น เช่น งานติดตั้ง ซ่อมบำรุงจากโรงงานต่างๆ ให้กับบริษัทเชฟรอน , บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP , บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)  IRPC , บริษัท ทรานส์ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

นอกจากจะเข้าประมูลงานเองแล้ว ยังเข้าร่วมประมูลกับบริษัทอื่นๆ ในลักษณะ Joint Venture ด้วย ส่งให้มีมูลค่าโครงการในมือ (Backlog) ในปัจจุบันเกินกว่า 1,350 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่งานมาจากปิโตรเลียม และปิโตรเคมี มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท งานโครงสร้างและสาธารณูปโภค มูลค่าประมาณ 900 ล้านบาท งานตรวจสอบแบบ     ไม่ทำลาย มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท และงานออกแบบวิศวกรรม ซึ่งถือเป็นงานใหม่ของบริษัท มูลค่าประมาณ        50 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2553 มีผลขาดทุนประมาณ 25 ล้านบาท เทียบกับช่วงครึ่งปีแรก 2553 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 84 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาส 4/2553 จะเริ่มกลับมามีกำไร เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ ทั้งลดบุคลากร และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างจริงจัง รวมทั้งมีรายได้จากงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนจะล้างผลขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 600 ล้านบาท ให้หมดภายใน 3-4 ปี หรืออย่างเร็วที่สุด 1-2 ปี หากได้งานโครงการขนาดใหญ่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถกลับมามีรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้น      จนสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้

"บริษัทฯจะต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุด จึงจะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้โดยเร็ว ซึ่งผมมั่นใจในทีมงาน และบริษัทที่มีความตั้งใจอย่างเผื่อเหลือว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3-4 ปี ในการล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด แต่ถ้าเราได้งานโปรเจ็กต์ใหญ่สัก         1-2 งาน อาจล้างขาดทุนสะสมได้ภายใน 1-2 ปี"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท