posttoday
สำรวจพื้นที่ระบาดโรคใบร่วงยางพารา เร่งแจ้งเตือนเกษตรกร 14 จังหวัดภาคใต้

สำรวจพื้นที่ระบาดโรคใบร่วงยางพารา เร่งแจ้งเตือนเกษตรกร 14 จังหวัดภาคใต้

02 พฤศจิกายน 2562

เกษตรฯ สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อราโรคใบร่วงพบในไทยครั้งแรก ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่การระบาด ห่วงผลผลิตน้ำยางลดลง 30-50%

เกษตรฯ สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อราโรคใบร่วงพบในไทยครั้งแรก ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่การระบาด ห่วงผลผลิตน้ำยางลดลง 30-50%

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ขณะนี้เกิดการระบาดของโรคใบร่วงในยางพาราบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี

โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้นให้ทราบ พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราที่จังหวัดนราธิวาส ใน 8 อำเภอ พื้นที่รวม 277,030 ไร่ โดยเกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. เป็นเชื้อราสาเหตุของโรคใบร่วงที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน

ทั้งนี้ เคยพบการระบาดในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับทางภาคใต้ของประเทศไทย คือ ร้อนชื้นและฝนตกชุก สามารถพบได้ทุกสายพันธุ์ แพร่ระบาดโดยลมและฝนจึงค่อนข้างยากต่อการป้องกันและควบคุม ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง

หากระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลงร้อยละ 30 – 50 ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางในภาคใต้ จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง เร่งสำรวจพื้นที่การระบาดและออกให้คำแนะนำการป้องกันที่ถูกต้องแก่เกษตรกร

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่ปลูกยาง 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย

กรมฯ ได้จัดทำคำแนะนำการป้องกันการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการในพื้นที่ และกำชับให้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ออกสำรวจพื้นที่การระบาดพร้อมรายงานข้อมูลให้กรมฯ ทุกวันพุธ ภายในเวลา 12.00 น. รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรเกี่ยวกับศัตรูพืชและแนะนำการป้องกันการระบาดของโรค ตามคำแนะนำของการยางแห่งประเทศไทย และกรมวิชาการเกษตรด้วย

สำหรับลักษณะอาการของโรคจะปรากฏบนใบยางแก่ เมื่อเริ่มแสดงอาการจะปรากฏรอยช้ำ เป็นกลุ่มเห็นได้ชัดเจนด้านหลังใบ หลังจากนั้นจะแสดงอาการเป็นวงค่อนข้างกลมสีเหลือง

ต่อมาเนื้อเยื่อรอยสีเหลืองจะแห้งตายเป็นแผลกลมสีสนิมซีด โดยพบอาการจุดแผลต่อใบยางมากกว่า 1 แผล จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด อาการของโรคจะรุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อยขนาดเล็ก ซึ่งอาการใบร่วงจากเชื้อราชนิดนี้มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง เนื่องจากมีใบร่วงมากกว่าร้อยละ 90 จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลง พบได้ในทุกพันธุ์ยางที่ปลูกในพื้นที่นั้น ได้แก่ พันธุ์ RRIM 600 พันธุ์ RRIT 251 และพันธุ์ PB 311

คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการป้องกันกำจัดเกษตรกรควรใส่ปุ๋ยบำรุงดินตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยบาง เพื่อให้ต้นยางพาราสมบูรณ์ แข็งแรง และพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อราหากมีการตรวจพบโรคใบร่วง อัตราการใช้สารเคมีตามคำแนะนำ ดังนี้ ใช้สาร Thiophanate Methyl พ่นลงพื้นดินบริเวณที่พบเชื้อ หรือใช้สาร Benomyl, Hexaconazole, Thiophanate Methyl, Triadimefon และ Difenoconazole พ่นบริเวณทรงพุ่มยางพารา ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อรา

ข่าวล่าสุด

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร

SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst วิเคราะห์เอกสารการเงินไทย ยกระดับ Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตร