
หุ้นดิ่งตื่นจีนขึ้นดบ.
หุ้นไทยจ่อหลุด 1,000 จุด นักลงทุนตื่นจีนจะขึ้นดอกเบี้ยดับฟองสบู่แถม ธปท.จ่อออกมาตรการคุมเงินเข้าอีกระลอก
หุ้นไทยจ่อหลุด 1,000 จุด นักลงทุนตื่นจีนจะขึ้นดอกเบี้ยดับฟองสบู่แถม ธปท.จ่อออกมาตรการคุมเงินเข้าอีกระลอก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงโดยเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ดัชนีลงมาปิดที่ 1,000.73 จุด ลดลง 28.41 จุดหรือ 2.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 46,143 ล้านบาท ต่างชาติขาย 702 ล้านบาท
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยที่ลดลงรุนแรงเป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ลงแรงถ้วนหน้า นำโดยหุ้นจีนที่ลดลงกว่า 4% ฉุดให้ฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด ลดลง 1.39%
ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงชัดเจนและปิดตลาดที่ 29.8829.91 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และวันที่ 17 พ.ย. คาดว่าค่าบาทจะเคลื่อนไหว 29.8529.94 บาท ต่อเหรียญสหรัฐ
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอาวุโส บล.ธนชาต กล่าวว่า หุ้นไทยลงแรงกว่าที่คาดซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าจีนจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหลังจากเดือนก่อนหน้าได้ขึ้นดอกเบี้ยมาแล้วรวมถึงมาตรการการเพิ่มสำรองเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว
“ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จีนออกมาสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจก่อนเพราะหากปล่อยให้เติบโตอย่างร้อนแรงจนกลายเป็นฟองสบู่ก็จะทำให้เศรษฐกิจของเอเชียในระยะกลางและยาวมีปัญหาด้วย ดังนั้นมองว่าหากจีนจะออกมาตรการมาอีกก็จะดีและทำให้อนาคตเศรษฐกิจโตอย่างมั่นคง”
นอกจากนี้ ในส่วนปัจจัยในประเทศนักลงทุนเริ่มกังวลอีกครั้ง หลังรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาระบุว่าทางการยังไม่ได้ตัดมาตรการที่จะนำมาใช้ในการดูแลเงินทุนไหลเข้า และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา
ขณะนี้นักลงทุนจับตาดูมาตรการการคุมเงินไหลเข้าของธนาคารประเทศต่างๆ อยู่ซึ่งล่าสุดไต้หวันออกมาตรการเก็บภาษีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในอัตรา 20% เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีข่าวในตลาดว่า ธปท.จะให้สำรองเงินทุนไหลเข้า 2% จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติขายทำเงินกำไรไว้ก่อน
ด้านบล.เอเชียพลัส กล่าวว่า ถึงตอนนี้น่าจะเป็นช่วงต้นของการไหลออกของเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยและตลาดหุ้นประเทศในภูมิภาคเอเชีย หลังแนวโน้มการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ หลังยุโรปยังมีปัญหาหนี้ของไอร์แลนด์ที่นักลงทุนกังวลและมีปัญหาอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตามช่วง 2 วันคือ 15 และ 16 พ.ย. ต่างชาติขายหุ้นไทยแล้วรวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยขายหนักเมื่อวันที่ 15 ที่ขายกว่า 2,500 ล้านบาทขายหนักสุดนับจากเงินที่เริ่มไหลเข้ามารอบนี้ เมื่อ 23 ก.ค. 2553 และยังเป็นการขายสุทธิต่อสะสมทั้งเดือนน พ.ย. 2553 ซึ่งทำให้เห็นชัดๆ ว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามาน่าจะได้เวลาออกจริง
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลยุทธ์ในการลงทุนช่วงนี้แนะนำลดพอร์ตการลงทุนลงจาก 50% เป็น 25% หากดัชนีหลุดที่ 1,000 จุด ซึ่งนักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น และเลือกลงทุนในหุ้นที่ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าพอใจ
ขณะเดียวกันปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามต่อนั้น คือ ทิศทางของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากยังแข็งค่าขึ้นท่ามกลางความกังวล ณ ขณะนี้จะสร้างความกดดันและส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินค้าโภคภัณฑ์
ทั้งนี้ ได้ประเมินแนวรับไว้ที่ 991-980 จุด และแนวต้านที่ 1010-1019 จุด







