
แพลทินัมฯขยายเฟส2
ขึ้นชั้นขายส่งใหญ่สุดอาเซียน จ่อรับมือเปิดเออีซี10ประเทศ
โพสต์ทูเดย์
— เดอะแพลทินัมฯ เปิดเฟส 2 ชูแฟชั่นค้าส่ง 2,500 ร้านค้าใหญ่สุดในอาเซียน พร้อมวางแผนเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงนายสุรชัย โชติจุฬางกูร ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท เอส.พี.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ส์ แอนด์ ดีเวลล็อปเมนท์ ผู้บริหารโครงการ
“เดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์” เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดให้บริการโครงการส่วนขยายเดอะแพลทินัมฯ ศูนย์รวมแฟชั่นเครื่องแต่งกาย เครื่องหนังกระเป๋าและรองเท้า รวมกว่า 500 ร้านค้า บนพื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม. ภายใต้แนวคิดศูนย์รวมเครื่องหนังกระเป๋าและรองเท้าใหญ่สุดในประเทศไทยทั้งนี้ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนพลาซา 1หมื่นตร.ม. พื้นที่จอดรถ 1หมื่นตร.ม. อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พ.ย.นี้ โครงการส่วนต่อขยายดังกล่าวเมื่อรวมกับโครงการเดอะแพลทินัมฯ เฟสแรกแล้วจะมีร้านค้าแฟชั่นครบวงจรไม่ต่ำกว่า 2,500 ร้านค้า ซึ่งคาดว่าจะใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน
โครงการดังกล่าวใช้งบดำเนินการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่โครงการค้าปลีก 2 หมื่น ตร.ม. และพื้นที่อีก 2 หมื่น ตร.ม. สำหรับให้บริการโรงแรมระดับ 4 ดาว เดอะโนโวเทล แพลทินัม โฮเต็ล จำนวน 283 ห้องพัก คาดพร้อมเปิดให้บริการราวเดือน พ.ย. 2554 จับกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาสั่งซื้อสินค้าแฟชั่นค้าส่งในประเทศไทย ให้ได้รับความสะดวกสบายแบบครบวงจรในจุดเดียว คือ ศูนย์การค้าแฟชันค้าส่ง, บริการขนส่งสินค้า(ลอจิสติกส์)อาคารจัดเก็บสินค้า, บริการด้านการธนาคาร และอื่นๆที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้าส่งออกสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายเวลาการเปิดให้บริการเป็นแบบ 24 ชั่วโมง อีกด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ฯ เริ่มทดลองปรับตัว ก่อนเตรียมความพร้อมไปสู่รูปแบบการเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงในอนาคต ซึ่งขณะนี้เริ่มกำหนดให้ช่วงเวลา03.0004.00น. เป็นระยะเวลาของกลุ่มผู้ประกอบการค้าส่งใช้เวลาในช่วงเช้ามืดสามารถเดินทางมายังศูนย์ฯเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ทันที และจากนั้นไปจะเป็นช่วงเวลาของร้านค้าปลีกที่ทำตลาดกับลูกค้าทั่วไป ซึ่งบริษัทจะเริ่มเปิดให้บริการเวลาใหม่ในเดือนธ.ค.นี้
สำหรับแผนธุรกิจดังกล่าว เพื่อเตรียมเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะมีลูกค้ารวมกันไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน จากจำนวนประชากร 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจแฟชั่นเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนและอินเดียรวมกันเกือบ 2,000 ล้านคน ซึ่งบริษัทให้ความสนใจอย่างมากเนื่อจากกำลังซื้อจากประเทศอินเดียนิยมเข้ามาซื้อสินค้าแฟชันในศูนย์การค้าแพลทินัมต่อครั้งจำนวนมาก หรือในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปเข้ามาซื้อสินค้าต่อครั้งสูงกว่า23เท่าตัวเทียบกับกำลังซื้อคนในประเทศ
ทั้งนี้ คาดว่าช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค. ปริมาณลูกค้าหมุนเวียนในศูนย์ฯ เพิ่มขึ้น 2030% โดยจากวันปกติเฉลี่ย3หมื่น4 หมื่นคนต่อวัน และในวันเสาร์อาทิตย์ เพิ่มเป็น 56หมื่นคนต่อวัน แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 15% และคนไทย 85% ปัจจุบันการส่งออกเสื้อผ้าแฟชั่นย่านประตูน้ำมีมูลค่า 45 หมื่นล้านบาทต่อปี และมูลค่าการส่งออกสินค้าแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องหนังไทยกว่า 9 แสนล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตต่อสูง โดยผลดำเนินการปีนี้บริษัทคาดรายได้คงที่กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ 10% หลังได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อช่วงกลางปี







