
มองต่างมุมหุ้น BIGC
นักวิเคราะห์มองต่างมุมหุ้น BIGC
นักวิเคราะห์มองต่างมุมหุ้น BIGC
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีความแตกต่างกันเรื่องการลงทุนในหุ้นบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซนเตอร์ (BIGC) ภายหลังจากชนะการประมูลซื้อคาร์ฟูร์ในประเทศไทย โดยบริษัทหลักทรัพย์(บล.)กิมเอ็ง(ประเทศไทย) แนะนำว่าเต็มมูลค่า ให้ราคาเป้าหมาย 78-82 บาท/หุ้น ในปีหน้า สอดคล้องกันทางบล.ฟินันเซียไซรัสให้ราคาเป้าหมายที่85 บาท ขณะที่บล.เอเซียพลัสกลับแนะนำให้ซื้อลงทุน และให้ราคาเป้าหมายถึง 92.50 บาท คาดบริษัทแจกเงินปันผลหุ้นละ 2.16บาทจากกำไรในปีนี้
ทั้งนี้บิ๊กซีซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทยมูลค่ารวม 35,500 ล้านบาท ได้สาขามา 42 สาขา ทำให้บริษัทมีสาขาทั้งหมด 113 แห่งซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและต่อรองกับซัพพลายเออร์ มีการประหยัดจากขนาดรวมทั้งลดความเสี่ยงในการหาทำเลและขอใบอนุญาตเปิดสาขาใหม่
อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากใช้เม็ดเงินลงทุนจากการกู้ยืมเป็นส่วนใหญ่ซึ่งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มเป็น 1.8 เท่าและมีดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 1,600 ล้านบาท/ปี จากการประเมินเบื้องต้นเมื่อรวมคาร์ฟูร์ยอดขายในปี 2554 จะสูงกว่า 100,000 ล้านบาท และ มีกำไรเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 2-5% เป็นประมาณ 3.4-3.5 พันล้านบาท (BIGC คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 5% ในปีหน้าและ 19.7% ในปี 2556) บล.กิมเอ็งให้ ราคาเหมาะสมเพิ่มเป็น 78-82 บาท แนะนำ เต็มมูลค่า
ส่วนผลประกอบการของคาร์ฟูร์ในปี 2551 มีรายได้จากการขาย ค่าเช่า และ
บริการ 27,700 ล้านบาท กำไรสุทธิ 554 ล้านบาท ส่วนปี 2552 รายได้ 29,900 ล้านบาทแต่ขาดทุน 314 ล้านบาท
ด้านการซื้อขายหุ้น BIGC วันนี้ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากตามคาด เปิดที่ระดับ 84 บาทและไล่ขึ้นไปสูงสุดถึง 88 บาทก่อนเจอแรงเทขายกดราคาร่วงลงไปต่ำสุดที่ 78 บาทและกระเตื้องขึ้นมาซื้อขายบริเวณ 78.75 บาทบวก 0.75 บาท ล่าสุด







