
ผ่อนกฎเหล็กเงินกู้เอสเอ็มอีบัญชีดำ
โสฬสซับน้ำตาเว้นเครดิตบูโร เริ่มโคราชหาดใหญ่คิวต่อไป
โพสต์ทูเดย์
— เอสเอ็มอีแบงก์เปิดโครงการปล่อยสินเชื่อซับน้ำตาผู้ประสบอุทกภัย เว้นเงื่อนไขช่วยสภาพคล่องหลังแบงก์พาณิชย์เมินนายโสฬส สาครวิศว ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวในการร่วมเปิดโครงการ
“สินเชื่อเอสเอ็มอีพาวเวอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ที่ จ.นครราชสีมา ว่าจะให้วงเงินให้กู้ผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีตลอดสัญญา ผ่อนนาน 6 ปี และปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรกนอกจากนั้นสามารถกู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกันและไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร เพราะธนาคารตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นที่ต้องการเงินเพื่อนำไปหมุนเวียนและฟื้นฟูกิจการ
สำหรับพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทาง ธนาคารได้ประเมินจำนวนเจ้าของกิจการต้องการกู้สินเชื่อประมาณ 1 แสนราย ส่วนผู้ประกอบการขนาด กลางและขนาดย่อมมีจำนวน 5 หมื่นกว่าราย
ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ จ.นครราชสีมา มีระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 1519 พ.ย. 2553
“
มีผู้ที่ยื่นเรื่องเข้ามาขอกู้สินเชื่อในโครงการนี้ทั้งหมดแล้ว 800 ราย และที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งหมด 29 ราย วงเงินในการอนุมัติไม่เกิน 5 แสนบาท” นายโสฬส กล่าวผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ยังเชื่อว่า สินเชื่อนี้จะช่วยผู้ประกอบการที่กู้ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเสริมสภาพคล่องในการฟื้นฟูกิจการของตัวเองและไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบ 2. เพื่อที่จะป้องการผู้ประกอบการทั้งหลาย เพราะคิดว่าผู้ประกอบการบางส่วนที่ขาดสภาพคล่องจะเข้าหาแหล่งเงินทุนจากธนาคารจะได้ค่อนข้างยาก เมื่อหาแหล่งเงินทุนจากธนาคารค่อนช้างยากแล้วก็จะทำให้เขาเหล่านั้นออกไปพึ่งเงินนอกระบบ
แต่สำหรับ ซึ่งรัฐบาลรวมทั้ง รมว.คลัง , รมช.คลัง ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบน้ำท่วมครั้งนี้จึงได้เปิดโครงการความช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยมีเหตุผล 3 ประการ 1. เพื่อให้ประชาชนผู้ ซึ่งในการออกโครงการสินเชื่อครั้งนี้ก็ป้องกันให้พี่น้องบางส่วนไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ และ 3.ในการเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการทั้งหลายสามารถรับภาระได้สบายๆจะทำให้กิจการของผู้ประกอบการทั้งหลายฟื้นตัวเร็วขึ้น
สำหรับสินเชื่อ SME POWER เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นสินเชื่อนโยบายภาครัฐบาลที่มอบหมายให้ธนาคารนำความช่วยเหลือผ่านไปยังผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยจะให้กู้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีตลอดสัญญา ผ่อนนานถึง 6 เดือน และปลอดชำระเงินต้น 2 ปีแรก และยังสามารถกู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร เพราะธนาคารตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ที่มีความจำเป็นที่ต้องการเงินเพื่อนำไปหมุนเวียน และฟื้นฟูกิจการ
สำหรับพื้นที่ต่อไปที่เอสเอ็มอีแบงก์จะลงไปช่วยเหลือคือใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 22 พ.ย. 2553 ซึ่งเชื่อว่าเงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ที่ทางรัฐบาลได้อนุมัติมานั้นจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้แน่นอน
ด้านนายเสมอ จินดาพงษ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการฟื้นฟูเยียวยาได้ดีหลังจากเกิดอุทกภัย โดยผู้ประกอบการใน จ.นครราชสีมา มีจำนวนมาก อย่าง อ.ปักธงชัย มีหลายร้อยราย และที่ อ.ปากช่อง และพิมายอีก
ส่วนวงเงิน 5,000 ล้านบาทนั้นคิดว่าคงไม่เพียงพอ และทางสภาธุรกิจท่องเที่ยวต้องขอรัฐบาลเพิ่มมาอีก อยากฝากรัฐบาลว่าให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวมีจำนวนมากมายร่วมกับสมาพันธุ์ฯ ที่ขอให้มาช่วยฟื้นฟูภาวะของผู้ประกอบการทั้งหมด ไม่ว่า ผ้าไหม การท่องเที่ยวต่างๆที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยการนำร่องที่ จ.นครราชสีมาใช้เวลา 5 วันในการดำเนินการตามโครงการนี้ ตน
นายเสมอฯกล่าว.







