posttoday
หุ้นขึ้นประกันภัยกำไรถ้วนหน้า

หุ้นขึ้นประกันภัยกำไรถ้วนหน้า

16 พฤศจิกายน 2553

แถมยอดทำประกันเพิ่มมากคนกลัวเสี่ยงภัยเศรษฐกิจตก

โพสต์ทูเดย์ — บริษัทประกันวินาศภัยขนาดใหญ่กำไรเพิ่มถ้วนหน้า เหตุรายได้จากรับประกันดี ลงทุนตลาดหุ้นไปได้สวย

นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท หรือ 143% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และหากเป็นช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 184 ล้านบาท

ผลดำเนินงานที่ดีขึ้นเนื่องจากมีเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 17% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันเพิ่มขึ้นเพียง 8% ทำให้มีกำไรจากการรับประกัน 359 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 130 ล้านบาท หรือ 57%

และยังมีกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 200%

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16 ล้านบาท และช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 38 ล้านบาท

สำหรับไตรมาส 3 ที่รายกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 41 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปรับตัวของสภาวะตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น15 ล้านบาท จึงทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น

นายวรวิทย์ โรจน์รพีธาดา กรรมการและเลขานุการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท แต่หากเป็นช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 1,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 380 ล้านบาท หรือ 48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 787 ล้านบาท

สำหรับผลดำเนิน 9 เดือนที่ดีขึ้น เนื่องจากกำไรจากการรับประกันภัยยานยนต์ 496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท หรือ 48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มสูงขึ้นกว่างวดเดียวกันของปีก่อน และยังมีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92 ล้านบาท หรือ 145% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

นางกฤตยา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 69 ล้านบาท และช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 346 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 197 ล้านบาท

นายฑิฆัมพร พงษ์สวัสดิ์ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 12 ล้านบาท แต่หากเป็นช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 6 ล้านบาท

ทั้งนี้ ช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทประกันวินาศภัยส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการดีขึ้น กำไรส่วนใหญ่มาจากการที่ประชาชนทำประกันภัยมากขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และส่วนใหญ่มีรายได้จากการลงทุนเพิ่มเนื่องจากดัชนีหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้ผลกำไรทางบัญชีปรับสูงขึ้นตามไปด้วยและการลดลงของเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ 3 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเบี้ยประกันภัยรับในปีที่ผ่านมา และยังมีรายได้จากการลงทุนและกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 74 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผล ดอกเบี้ยรับ และการปรับตัวดีขึ้นของตลาดหุ้นโดยรวมเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 23 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 48 ล้านบาท และช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 113 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 130 ล้าบาท

สำหรับรายได้ที่ลดลง มาจากกำไรจากการรับประกันลดลงจากปีก่อน 33 ล้านบาท หรือ 38% เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ลดลง 64 ล้านบาท หรือ 16% และมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันลดลง 31 ล้านบาทหรือ 9% ส่วนรายได้จากการลงทุนลดลงจากปีก่อน 1 ล้านบาทหรือ 2%

นายฑิฆัมพร พงษ์สวัสดิ์ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 12 ล้านบาท แต่หากเป็นช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของก่อนปีก่อนที่กำไรสุทธิ 6 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 20% ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเนื่องจากกำไรจากการรับประกันภัย ลดลง 13 ล้านบาท 24% มาจาก เงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ เพิ่มขึ้น จากงวดก่อน 58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 130% เป็นผลมาจาก เบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่ เพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท หรือพิ่มขึ้น 21%

ขณะเดียวกันค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นระหว่างงวดลดลง 18 ล้านบาท หรือ 12% ทั้งนี้ เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิ และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาทหรือ 41% นื่องมาจากภาวะของตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

นายบัลลังก์ แก้วปานกัน เลขานุการคณะกรรมการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท แต่หากเป็นช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมาขาดทุนสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 26 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 79 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 20% เนื่องจากเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้นจาก 325 ล้านบาท เป็น 466 ล้านบาท หรือ 43% เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 235 ล้านบาท เป็น 363 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54% เนื่องจากแหล่งงานที่สนับสนุนได้ส่งงานเพิ่มขึ้น ทั้งงานอัคคีภัย รถยนต์ รวมไปถึงประกันภัยทางทะเลและบริษัทยังคงรักษาอัตราการต่ออายุของลูกค้าเก่าไว้ได้

ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้นทำให้บริษัทฯต้องตั้งเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ มีจำนวน 74 ล้านบาท ทำให้เหลือเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ 288 ล้านบาท ลดลงจาก 315 ล้านบาท หรือ 8% ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยก็ลดลงจากเดิม 287 ล้านบาท เหลือเพียง 268 ล้านบาท หรือ 6% มีสาเหตุโดยตรงจากสินไหมจ่ายลดลงเนื่องจากคุณภาพของงานรับประกันภัยที่ดีขึ้นการปรับฐานการรับประกันภัยเพื่อคัดกรองงานคุณภาพ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนรายได้จากการลงทุนลดลงจาก 27 ล้านบาท เหลือเพียง 13 ล้านบาท หรือลดลง 51% ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยและการลงทุนลดลงจากงวดก่อนกำไร 57.29 ล้านบาท เป็นกำไร 49 ล้านบาทในงวดนี้ หรือลดลง 13% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงจาก 141 ล้านบาทเป็น 83 ล้านบาท หรือลดลง 41% ขาดทุนหลังจากการดำเนินงานก่อนภาษี ลดลงจากการขาดทุน 84 ล้านบาทในงวดก่อน เป็นขาดทุน 36 ล้านบาทในงวดนี้ หรือลดลง 56%

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีภาษีเงินได้ที่นำมาคำนวณในงวดนี้ 9 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนสุทธิเป็น 26 ล้านบาท ลดลง 66% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิหลังจากภาษีที่ 79 ล้านบาท เอสเอ็มอีแบงก์ ดีเดย์ “สินเชื่อ smePOWER เพื่อผู้ประสบอุทกภัย” ที่โคราช

อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักประกัน ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ smePOWER เพื่อผู้ประสบอุทกภัย” เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3 % ต่อปีตลอดสัญญา ผ่อนนานถึง 6 ปี และปลอดชำระคืนเงินต้น 2 ปีแรก ดีเดย์ 15 พ.ย.นี้ นำร่องช่วยเหลือที่ จ.นครราชสีมา เป็นแห่งแรกและจะขยายไปที่หาดใหญ่ และจังหวัดอื่นๆ ในภาคกลางที่ประสบอุทกภัยต่อไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน